ปัญหานี้พบได้บ่อยทั้งในบ้านพักอาศัย คอนโด หรือโฮมออฟฟิศ โดยเฉพาะเมื่อรหัสผ่านตั้งง่าย หรือไม่ได้เปลี่ยนมานาน การปล่อยให้มีอุปกรณ์แปลกปลอมเชื่อมต่อเครือข่าย ไม่เพียงทำให้เน็ตช้า แต่ยังเสี่ยงต่อการถูกดักข้อมูล การโจมตีอุปกรณ์ IoT และการเข้าถึงไฟล์ส่วนตัว
บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดว่า วิธีดูว่าใครแอบใช้ WiFi บ้านเรา ต้องตรวจสอบตรงไหน ใช้เครื่องมืออะไรบ้าง
และควรตั้งค่าความปลอดภัยอย่างไร เพื่อให้เครือข่ายในบ้านปลอดภัย ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
และไม่ต้องกังวลว่าใครกำลัง “เกาะเน็ต” ของเราอยู่
10 วิธีตรวจสอบระบบ Wi-Fi ในบ้านของเรา
1) สัญญาณเตือนว่าอาจมีคนแอบใช้ WiFi
- อินเทอร์เน็ตช้าผิดปกติ ทั้งที่ไม่มีใครโหลดไฟล์ใหญ่
- Ping สูง เล่นเกมออนไลน์กระตุก
- Router มีไฟกระพริบตลอดเวลา แม้ไม่มีใครใช้งาน
- มีอุปกรณ์ชื่อแปลก ๆ โผล่ในรายการเชื่อมต่อ
- ปริมาณ Data Usage สูงผิดปกติในหน้าแดชบอร์ด Router
2) วิธีดูว่าใครแอบใช้ WiFi จากหน้า Router (แม่นยำที่สุด)
การตรวจสอบผ่าน Router คือวิธีมาตรฐาน เพราะเป็นจุดศูนย์กลางของเครือข่ายในบ้าน
ขั้นตอนพื้นฐาน
- เปิดเว็บเบราว์เซอร์
- พิมพ์ IP Router ที่พบบ่อย เช่น 192.168.1.1, 192.168.0.1, 192.168.31.1
- ใส่ Username / Password (ดูสติกเกอร์ใต้เครื่อง หรือคู่มือ)
- เข้าเมนูรายการอุปกรณ์ เช่น Connected Devices, Device List, DHCP Client List, Wireless Clients
ข้อมูลที่ควรดู
- Device Name (ชื่ออุปกรณ์)
- MAC Address
- IP Address ภายใน
- Status (Online/Offline)
วิธีแยกว่าเครื่องไหนของเรา
- เช็กชื่อมือถือ/คอมพิวเตอร์ของสมาชิกในบ้าน
- ปิด WiFi บนอุปกรณ์ตัวเองทีละเครื่อง แล้วดูว่าหายจากรายการหรือไม่
- จด MAC Address ของอุปกรณ์ในบ้านไว้เพื่อเทียบในครั้งถัดไป
3) ใช้แอปช่วยตรวจสอบอุปกรณ์ในเครือข่าย
หากไม่ถนัดเข้า Router สามารถใช้แอปสแกนเครือข่ายเพื่อตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้ เช่น Fing, Net Analyzer, WiFi Monitor
- สแกนอุปกรณ์ทั้งหมดในเครือข่าย
- แสดงผู้ผลิตจาก MAC Address
- บอกประเภทอุปกรณ์ เช่น Smartphone, Laptop, Smart TV
4) เช็กผ่านระบบ Mesh WiFi หรือ Router รุ่นใหม่
Router รุ่นใหม่มักมีแอปเฉพาะ ช่วยดูอุปกรณ์แบบ Real-time และกด Block ได้ทันที ฟีเจอร์ที่ควรใช้ ได้แก่ Device Monitoring, Block/Pause, Parental Control, และดู Bandwidth Usage ต่ออุปกรณ์
5) ความเสี่ยงถ้าปล่อยให้มีคนแอบใช้ WiFi
- เสี่ยงถูกดักจับข้อมูล (เช่นการดักทราฟฟิกในเครือข่าย)
- เสี่ยงถูกโจมตีอุปกรณ์ IoT เช่น กล้องวงจรปิด/สมาร์ทปลั๊ก
- เสี่ยงถูกใช้ IP บ้านทำสิ่งผิดกฎหมาย
- เสี่ยงเข้าถึง Shared Folder หรือ NAS หากตั้งค่าไว้ไม่รัดกุม
6) วิธีป้องกันไม่ให้ใครแอบใช้ WiFi อีก
6.1 เปลี่ยนรหัสผ่าน WiFi ทันที
- แนะนำความยาวอย่างน้อย 12 ตัวอักษร
- ผสมตัวใหญ่ ตัวเล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์
- หลีกเลี่ยงวันเกิด เบอร์โทร หรือคำเดาง่าย
ตัวอย่าง: H0meWiFi@2026!Secure
6.2 เปลี่ยนชื่อ WiFi (SSID)
- หลีกเลี่ยงชื่อที่บอกบ้านเลขที่/ชื่อจริง
- ใช้ชื่อที่ไม่เดาง่าย แต่แยกแยะได้ว่าเป็นของบ้านเรา
6.3 ใช้การเข้ารหัส WPA3 หรืออย่างน้อย WPA2-AES
- เลือก WPA3-Personal หากรองรับ
- หากไม่รองรับ ให้ใช้ WPA2-AES
- หลีกเลี่ยง WEP / WPA รุ่นเก่า
6.4 ปิด WPS
WPS อาจถูกเจาะได้ง่ายในบางกรณี ควรปิดในเมนู Wireless/Security ของ Router
6.5 เปิด MAC Filtering (ขั้นสูง)
ตั้งค่าอนุญาตเฉพาะ MAC Address ที่กำหนด เหมาะกับบ้านที่มีอุปกรณ์ไม่มาก
6.6 แยก Guest WiFi
- สำหรับแขกหรืออุปกรณ์ที่ไม่ไว้ใจ
- แยกจากเครือข่ายหลัก ลดความเสี่ยงเข้าถึงอุปกรณ์ในบ้าน
- บางรุ่นตั้งจำกัดความเร็ว/เวลาการใช้งานได้
7) ตรวจสอบการใช้งาน Bandwidth
Router หลายรุ่นมีกราฟ Bandwidth แบบ Real-time ช่วยดูว่าอุปกรณ์ไหนใช้เน็ตมากผิดปกติ หากพบอุปกรณ์แปลกโหลดหนัก ให้ Block และ เปลี่ยนรหัสผ่าน ทันที
8) ตรวจสอบ Log การเข้าใช้งาน
Router ระดับกลางขึ้นไปมักมี System Log เช่น เวลาเชื่อมต่อ/ตัดการเชื่อมต่อ หรือการพยายาม Login ผิดพลาด ใช้ช่วยวิเคราะห์การพยายามแฮกหรือพฤติกรรมผิดปกติได้
9) บ้านที่ใช้กล้องวงจรปิดและ IoT ต้องระวังเป็นพิเศษ
- อัปเดต Firmware ของ Router และอุปกรณ์ IoT
- แยกเครือข่าย IoT ไป Guest Network หรือ VLAN (ถ้ารองรับ)
- ปิด Remote Access ถ้าไม่จำเป็น
10) เมื่อไรควรรีเซ็ต Router ใหม่ทั้งหมด
ควรรีเซ็ตหากพบการตั้งค่าถูกเปลี่ยน สงสัยโดนแฮก หรือจำรหัส Admin ไม่ได้
- รีเซ็ตแล้วให้เปลี่ยนรหัส Admin ทันที
- ตั้งค่า WiFi ใหม่ทั้งหมด (SSID/Password/Security)
- อัปเดต Firmware ล่าสุด
เช็กลิสต์สั้น ๆ
- เข้า Router ดู Connected Devices
- เทียบ MAC Address กับอุปกรณ์ในบ้าน
- เปลี่ยนรหัสผ่าน และปิด WPS
- ใช้ WPA3 หรือ WPA2-AES
- แยก Guest WiFi
FAQ
1) ดูว่าใครแอบใช้ WiFi ได้โดยไม่เข้า Router ได้ไหม?
ได้ ใช้แอปสแกนเครือข่าย เช่น Fing แต่การตรวจผ่านหน้า Router จะให้ข้อมูลแม่นยำและครบกว่า
2) เปลี่ยนรหัสผ่านแล้ว คนเดิมยังเข้าได้ไหม?
โดยทั่วไปไม่ได้ อุปกรณ์ทุกเครื่องต้องใส่รหัสใหม่ทั้งหมด (ยกเว้นกรณีมีการเข้าถึง Router และเปลี่ยนค่ากลับ)
3) MAC Filtering ปลอดภัย 100% หรือไม่?
ไม่ 100% เพราะ MAC Address สามารถปลอมได้ แต่ช่วยเพิ่มชั้นความปลอดภัยร่วมกับ WPA3/WPA2 และการปิด WPS ได้ดี


Social Plugin