วิธีล้าง Cache ใน Chrome

Google Chrome

การใช้งานอินเทอร์เน็ตทุกวันผ่านเบราว์เซอร์อย่าง Google Chrome ทำให้เกิดไฟล์ชั่วคราวที่เรียกว่า “Cache” สะสมอยู่ในระบบโดยอัตโนมัติ ไฟล์เหล่านี้ช่วยให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้น 

เพราะไม่ต้องดาวน์โหลดข้อมูลซ้ำทุกครั้งที่เข้าใช้งาน อย่างไรก็ตาม เมื่อ Cache สะสมมากเกินไป อาจทำให้เว็บไซต์แสดงผลผิดพลาด โหลดหน้าเว็บไม่อัปเดต หรือทำให้เบราว์เซอร์ทำงานช้าลง หลายคนจึงพบปัญหา เช่น เข้าเว็บไม่ได้ ปุ่มบางอย่างกดไม่ทำงาน หรือข้อมูลหน้าเว็บไม่ตรงกับเวอร์ชันล่าสุด การล้าง Cache ใน Chrome จึงเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายและได้ผลดี

บทความนี้จะอธิบายความหมายของ Cache เหตุผลที่ควรล้าง ขั้นตอนการล้างทั้งในคอมพิวเตอร์และมือถือ รวมถึงคำแนะนำด้านความปลอดภัย เพื่อให้คุณใช้งาน Chrome ได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

Cache คืออะไร และทำไม Chrome ต้องเก็บไว้?

Cache คือไฟล์ข้อมูลชั่วคราว เช่น รูปภาพ โค้ดเว็บไซต์ ไฟล์ CSS และ JavaScript ที่ Chrome บันทึกไว้ในเครื่อง เพื่อให้การโหลดเว็บไซต์ครั้งถัดไปเร็วขึ้น

ประโยชน์ของ Cache

  • ลดเวลาในการโหลดหน้าเว็บ
  • ประหยัดแบนด์วิดท์อินเทอร์เน็ต
  • ช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานลื่นไหล

ปัญหาที่เกิดจาก Cache สะสมมากเกินไป

  • เว็บไซต์แสดงผลเวอร์ชันเก่า
  • ระบบหลังบ้านอัปเดตแล้ว แต่หน้าจอผู้ใช้ยังไม่เปลี่ยน
  • เกิด Error เช่น ปุ่มกดไม่ได้ หน้าเว็บค้าง หรือโหลดไม่ครบ

วิธีล้าง Cache ใน Chrome บนคอมพิวเตอร์ (Windows / Mac)

วิธีที่ 1: ล้างผ่านเมนู Settings

  1. เปิด Google Chrome
  2. คลิกจุดสามจุดมุมขวาบน
  3. เลือก “การตั้งค่า” (Settings)
  4. ไปที่ “ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย”
  5. คลิก “ล้างข้อมูลการท่องเว็บ”
  6. เลือกช่วงเวลา เช่น “ตลอดเวลา”
  7. ติ๊กเลือก “รูปภาพและไฟล์ที่แคชไว้”
  8. กด “ล้างข้อมูล”

วิธีที่ 2: ใช้คีย์ลัด (รวดเร็วที่สุด)

  • Windows: Ctrl + Shift + Delete
  • Mac: Command + Shift + Delete

หน้าต่าง “ล้างข้อมูลการท่องเว็บ” จะเปิดขึ้นทันที จากนั้นเลือก Cache แล้วกดยืนยัน

วิธีล้าง Cache ใน Chrome บนมือถือ (Android / iPhone)

บน Android

  1. เปิดแอป Chrome
  2. แตะจุดสามจุดมุมขวาบน
  3. เลือก “ประวัติ”
  4. แตะ “ล้างข้อมูลการท่องเว็บ”
  5. เลือก “รูปภาพและไฟล์ที่แคชไว้”
  6. กดล้างข้อมูล

บน iPhone

  1. เปิด Chrome
  2. แตะจุดสามจุดด้านล่าง
  3. เลือก Settings
  4. เลือก Privacy
  5. แตะ Clear Browsing Data
  6. เลือก Cached Images and Files

ล้าง Cache อย่างเดียว กับ ล้างทั้งหมด ต่างกันอย่างไร?

ในหน้าล้างข้อมูล คุณจะเห็นตัวเลือกหลายแบบ เช่น ประวัติการเข้าชม (Browsing History), คุกกี้ (Cookies), รหัสผ่าน (Saved Passwords) และ Cache (Cached Images and Files)

คำแนะนำ

  • ถ้าต้องการแก้ปัญหา “หน้าเว็บไม่อัปเดต / เว็บแสดงผลผิดพลาด” ให้เลือกเฉพาะ “รูปภาพและไฟล์ที่แคชไว้” ก็เพียงพอ
  • ไม่จำเป็นต้องลบรหัสผ่านหรือคุกกี้ เว้นแต่ต้องการรีเซ็ตการเข้าสู่ระบบทั้งหมด

ควรล้าง Cache บ่อยแค่ไหน?

โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องล้างทุกวัน แนะนำให้ล้างเมื่อเกิดอาการผิดปกติ เช่น เว็บโหลดไม่ครบ หน้าเว็บไม่อัปเดต Chrome ช้าลง หรือมีปัญหา Login บางเว็บไซต์

  • ผู้ใช้งานทั่วไป: เดือนละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีปัญหา
  • ผู้ดูแลเว็บ/ผู้พัฒนาเว็บ: อาจล้างบ่อยขึ้นตามงานที่ทำ

ข้อควรระวังในการล้าง Cache

  • การล้าง Cache จะไม่ลบไฟล์เอกสาร/รูปในคอมพิวเตอร์
  • ถ้าลบ Cookies เพิ่มด้วย อาจต้อง Login ใหม่ในหลายเว็บไซต์
  • หลังล้าง Cache เว็บไซต์อาจโหลดช้าลงเล็กน้อยในครั้งแรก

เทคนิคเพิ่มเติม: Hard Refresh (ไม่ต้องล้างทั้งระบบ)

บางครั้งไม่จำเป็นต้องล้าง Cache ทั้งหมด แค่สั่งโหลดหน้าเว็บใหม่แบบไม่ใช้ Cache เฉพาะหน้านั้นก็พอ

  • Windows: Ctrl + F5
  • Mac: Command + Shift + R

สรุป

การล้าง Cache ใน Chrome เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาเว็บไซต์โหลดผิดพลาด หน้าเว็บไม่อัปเดต หรือเบราว์เซอร์ทำงานช้า เพียงเข้าเมนู “ล้างข้อมูลการท่องเว็บ” แล้วเลือก “รูปภาพและไฟล์ที่แคชไว้” ก็สามารถแก้ปัญหาได้ทันที ควรล้างเมื่อพบปัญหา ไม่จำเป็นต้องล้างบ่อยเกินไป

FAQ

1) ล้าง Cache แล้วข้อมูลในเครื่องจะหายไหม?

ไม่หาย ไฟล์เอกสารหรือรูปภาพในเครื่องยังอยู่เหมือนเดิม การล้าง Cache เป็นการลบไฟล์ชั่วคราวของเว็บเท่านั้น

2) ทำไมล้างแล้วเว็บยังไม่เปลี่ยน?

อาจต้องใช้ Hard Refresh (Ctrl+F5 / Command+Shift+R) หรือรอให้ฝั่งเว็บไซต์/เซิร์ฟเวอร์อัปเดตข้อมูลให้เรียบร้อย

3) ล้าง Cache บ่อย ๆ มีผลเสียไหม?

ไม่มีผลเสียโดยตรง แต่อาจทำให้บางเว็บโหลดช้าลงในครั้งแรกหลังล้าง และถ้าคุณเลือกลบ Cookies ด้วย อาจต้อง Login ใหม่