ไฟล์อะไรก็แปลงเป็น PDF ด้วยวิธีนี้

Print to PDF

ในยุคดิจิทัล ไฟล์เอกสารถูกใช้งานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Word, Excel, รูปภาพ หรือแม้แต่หน้าเว็บ แต่เมื่อถึงเวลาส่งต่อ แชร์ หรือจัดเก็บอย่างเป็นทางการ รูปแบบไฟล์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ PDF 

เหตุผลเพราะไฟล์ PDF สามารถเปิดได้ทุกอุปกรณ์ รูปแบบไม่เพี้ยน และเหมาะกับงานธุรกิจ หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการแปลงไฟล์เป็น PDF บน Windows คือการใช้ Microsoft Print to PDF ซึ่งติดมากับระบบ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่ม 

บทความนี้สรุปหลักการทำงาน ข้อดี ข้อจำกัด และขั้นตอนใช้งานแบบละเอียด พร้อมตัวอย่างการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันและในองค์กร

Microsoft Print to PDF คืออะไร

Microsoft Print to PDF คือ “เครื่องพิมพ์เสมือน” (Virtual Printer) ที่อยู่ใน Windows 10/11 เมื่อเราเลือกสั่งพิมพ์ (Print) แล้วเลือกเครื่องพิมพ์นี้ ระบบจะไม่พิมพ์ลงกระดาษ แต่จะสร้างไฟล์ .PDF ให้แทน

แนวคิดสำคัญคือ: ถ้าโปรแกรมนั้น “พิมพ์ได้” ก็แปลงเป็น PDF ได้

ไฟล์/งานที่มักใช้แปลงเป็น PDF

  • เอกสาร Word (.docx)
  • ตาราง Excel (.xlsx)
  • สไลด์ PowerPoint (.pptx)
  • รูปภาพ (.jpg, .png)
  • ไฟล์ข้อความ (.txt)
  • หน้าเว็บไซต์จาก Browser
  • รายงาน/ใบเสร็จจากโปรแกรมบัญชี/ระบบงาน

หลักการทำงาน (เข้าใจง่าย)

  1. โปรแกรมต้นทางเตรียมข้อมูลสำหรับการพิมพ์ (Print Rendering)
  2. ส่งข้อมูลไปยังไดรเวอร์ Microsoft Print to PDF
  3. Windows สร้างไฟล์ PDF และให้ผู้ใช้เลือกตำแหน่งบันทึก

จุดเด่นคือ ไม่ต้องอัปโหลดไฟล์ขึ้นเว็บ เหมาะกับเอกสารภายในองค์กรและงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

วิธีใช้งาน Microsoft Print to PDF (Step-by-Step)

ขั้นตอนที่ 1: เปิดไฟล์ที่ต้องการ

เปิดไฟล์จากโปรแกรมที่ใช้งานปกติ เช่น Word, Excel, Photos หรือเปิดหน้าเว็บจาก Chrome/Edge

ขั้นตอนที่ 2: เปิดเมนู Print

  • กด Ctrl + P (ใช้ได้กับหลายโปรแกรม)
  • หรือไปที่ File > Print

ขั้นตอนที่ 3: เลือกเครื่องพิมพ์

ในช่อง Printer ให้เลือก Microsoft Print to PDF

ขั้นตอนที่ 4: กด Print แล้วบันทึกไฟล์

  • ตั้งชื่อไฟล์
  • เลือกโฟลเดอร์จัดเก็บ
  • กด Save

ตัวอย่างการใช้งานจริง

1) แปลงใบเสนอราคา/ใบแจ้งหนี้เป็น PDF

ทำเอกสารใน Excel หรือ Word แล้วแปลงเป็น PDF เพื่อส่งลูกค้า ช่วยให้รูปแบบไม่เพี้ยน และลดโอกาสถูกแก้ไข

2) บันทึกหน้าเว็บไซต์เป็น PDF

ใช้เก็บหลักฐาน เช่น โปรโมชั่น/ข้อมูลประกาศ โดยเปิดหน้าเว็บแล้วกด Ctrl+P เลือก Microsoft Print to PDF แล้วบันทึก

3) แปลงรูปภาพเป็น PDF

เหมาะสำหรับไฟล์สแกนที่เป็น JPG/PNG เปิดรูปแล้วสั่งพิมพ์เป็น PDF เพื่อเก็บเป็นเอกสารมาตรฐาน

ข้อดีของ Microsoft Print to PDF

  • ฟรี และมากับ Windows ไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม
  • ใช้ได้กับโปรแกรมส่วนใหญ่ที่มีเมนู Print
  • ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต
  • ปลอดภัยกว่าเว็บแปลงไฟล์ เพราะไฟล์ไม่ออกนอกเครื่อง
  • เหมาะกับการใช้งานในองค์กร เช่น โรงแรม/SME/สำนักงาน

ข้อจำกัดที่ควรรู้

  • ไม่รวมหลายไฟล์เป็น PDF เดียวในครั้งเดียว (ต้องทำทีละไฟล์)
  • ไม่มีฟังก์ชันใส่รหัสผ่าน/ตั้งสิทธิ์ไฟล์ PDF
  • ไม่เหมาะสำหรับการแก้ไข PDF หลังสร้าง (ต้องใช้เครื่องมือแก้ PDF)
  • ฟีเจอร์บีบอัด/ปรับคุณภาพขั้นสูงมีจำกัด

ตรวจสอบว่าเครื่องมี Microsoft Print to PDF หรือไม่

  1. ไปที่ Control Panel
  2. เลือก Devices and Printers
  3. ตรวจสอบรายการเครื่องพิมพ์ว่ามี Microsoft Print to PDF

หากไม่พบ สามารถเปิดใช้งานได้จาก:

  • Settings > Apps > Optional features
  • เลือก Add a feature แล้วค้นหา Microsoft Print to PDF เพื่อ Install/Enable

แนวทางใช้งานในองค์กร (แนะนำสำหรับงานเอกสาร)

  • กำหนดมาตรฐานการตั้งชื่อไฟล์ เช่น YYYYMMDD_Invoice_เลขที่เอกสาร
  • กำหนดโฟลเดอร์กลางสำหรับเก็บ PDF และตั้งสิทธิ์เข้าถึง (NTFS/Share Permission)
  • สำรองข้อมูลไปยัง Server หรือ Cloud ขององค์กร
  • ทำคู่มือสั้นให้พนักงานใช้งานได้เหมือนกันทั้งองค์กร

เคล็ดลับให้ PDF ออกมาสวยและถูกต้อง

  • ตั้งขนาดกระดาษ (Paper size) ให้ถูก เช่น A4
  • เลือกแนวกระดาษ (Portrait/Landscape) ให้เหมาะกับเอกสาร
  • ตรวจ Print Preview ก่อนบันทึกทุกครั้ง
  • ตั้งค่า Scale เป็น 100% หรือ “Fit to page” ตามความเหมาะสม

FAQ

Microsoft Print to PDF ใช้ได้กับ Windows เวอร์ชันไหน?

รองรับเป็นหลักบน Windows 10 และ Windows 11 โดยมากจะมีมาให้ในระบบอยู่แล้ว

ทำไมเครื่องบางเครื่องไม่มี Microsoft Print to PDF?

อาจถูกปิดใช้งานหรือยังไม่ติดตั้งฟีเจอร์เสริม สามารถเปิดใช้ได้ผ่าน Settings > Apps > Optional features แล้วเพิ่ม/Enable “Microsoft Print to PDF”

ใส่รหัสผ่านให้ไฟล์ PDF ที่สร้างได้ไหม?

โดยตรงจาก Microsoft Print to PDF ทำไม่ได้ หากต้องการรหัสผ่าน/กำหนดสิทธิ์ แนะนำใช้เครื่องมือเสริม เช่น Adobe Acrobat หรือโซลูชัน PDF ขององค์กร