ป้องกัน Scam ออนไลน์ สำหรับผู้สูงอายุ

Scam กับผู้สูงอายุ

ในยุคดิจิทัลที่อินเทอร์เน็ตและสมาร์ตโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ผู้สูงอายุจำนวนมากเริ่มใช้งานออนไลน์เพื่อสื่อสารกับครอบครัว ทำธุรกรรมทางการเงิน หรือรับข่าวสารต่างๆ 

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเทคโนโลยีก็มาพร้อมกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะ “Scam ออนไลน์” หรือการหลอกลวงผ่านสื่อดิจิทัล ซึ่งมักมุ่งเป้าไปที่ผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้ไม่หวังดีมองว่าเป็นกลุ่มที่มีความเชื่อใจสูง และอาจไม่คุ้นเคยกับกลโกงสมัยใหม่ 

บทความนี้จะอธิบายรูปแบบของ Scam ที่พบบ่อย เหตุผลที่ผู้สูงอายุมีความเสี่ยง วิธีสังเกตสัญญาณอันตราย และแนวทางป้องกันอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุและครอบครัวใช้งานออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการสูญเสียทรัพย์สินและข้อมูลส่วนตัว

Scam ออนไลน์คืออะไร และทำไมผู้สูงอายุจึงตกเป็นเป้าหมาย

Scam ออนไลน์ คือการหลอกลวงผ่านอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ หรือแอปพลิเคชันต่างๆ โดยมุ่งหวังเงิน ข้อมูลส่วนตัว หรือการเข้าควบคุมบัญชีของเหยื่อ ผู้สูงอายุมักตกเป็นเป้าหมายเพราะมีเงินออม มีความไว้ใจผู้อื่นสูง และอาจไม่คุ้นเคยกับเทคนิคการหลอกลวงรูปแบบใหม่ รวมถึงไม่สะดวกตรวจสอบข้อมูลหลายแหล่ง ทำให้มิจฉาชีพใช้ “ความรีบ” และ “ความกลัว” เป็นเครื่องมือให้เหยื่อทำตาม


รูปแบบ Scam ที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ

  • อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือธนาคาร: โทร/แชตมาข่มขู่ว่า “บัญชีมีปัญหา” แล้วขอข้อมูลหรือให้โอนเงิน
  • หลอกลงทุนผลตอบแทนสูง: ชวนลงทุนผ่านไลน์/เฟซบุ๊ก บอกกำไรดี ความเสี่ยงต่ำ
  • หลอกรางวัล/ของฟรี: แจ้งว่าได้รางวัล แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหรือค่าจัดส่งก่อน
  • ปลอมเป็นลูกหลานขอเงินด่วน: ปลอมบัญชีไลน์/เฟซบุ๊ก ทักมาขอเงินฉุกเฉิน
  • หลอกซื้อขายออนไลน์: ราคาถูกผิดปกติ ให้โอนก่อนแล้วไม่ส่งของ/ปิดหนี


สัญญาณเตือนว่าอาจเป็น Scam

  • เร่งรัดให้ตัดสินใจทันที เช่น “ทำเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นโดนปิดบัญชี”
  • ขอข้อมูลสำคัญ เช่น เลขบัตรประชาชน รหัสผ่าน รหัส OTP
  • สัญญาผลตอบแทนสูงเกินจริง หรือบอกว่า “กำไรแน่นอน”
  • ใช้ข้อความข่มขู่ ทำให้ตกใจ หรือกดดัน
  • ติดต่อจากเบอร์/บัญชีที่ไม่คุ้นเคย หรือชื่อแปลกๆ


แนวทางป้องกัน Scam ออนไลน์สำหรับผู้สูงอายุ (ทำตามได้ทันที)

1) ตั้งหลัก “หยุด–คิด–ตรวจสอบ”

ก่อนโอนเงิน กดลิงก์ หรือบอกข้อมูล ให้หยุดก่อนเสมอ แล้วตรวจสอบกับลูกหลานหรือโทรกลับไปยังช่องทางทางการของหน่วยงาน/ธนาคาร (โทรกลับเบอร์กลางที่อยู่บนเว็บไซต์/แอปจริง ไม่ใช่เบอร์ที่เขาโทรมา)

2) ไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญเด็ดขาด

  • ไม่บอกรหัสผ่าน
  • ไม่บอกรหัส OTP ไม่ว่าเหตุผลใดๆ
  • ไม่ส่งรูปบัตรประชาชน/สมุดบัญชีให้คนแปลกหน้า

3) ใช้เครื่องมือความปลอดภัยบนมือถือ

  • เปิดแจ้งเตือนธุรกรรมธนาคารทุกครั้งที่มีเงินเข้า/ออก
  • อัปเดตระบบโทรศัพท์และแอปธนาคารสม่ำเสมอ
  • ตั้งค่า PIN/สแกนนิ้ว/สแกนหน้า และไม่บอกรหัสให้ผู้อื่น

4) ตั้งวงเงิน/จำกัดความเสียหาย

หากเป็นไปได้ ควรกำหนดวงเงินโอนต่อวันให้น้อยลง และใช้บัญชีแยกสำหรับเก็บเงินออม เพื่อจำกัดความเสียหายหากเกิดการหลอกลวงหรือกดลิงก์ผิดพลาด

5) ครอบครัวช่วยได้มากกว่าที่คิด

  • สอนผู้สูงอายุให้ “ถามก่อนโอน” เป็นนิสัย
  • ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวใน Line/Facebook ลดการถูกทักจากคนแปลกหน้า
  • ทำ “รหัสยืนยันครอบครัว” เช่น คำถามลับ 1 ข้อ หากลูกหลานขอเงินต้องตอบให้ถูก
  • ย้ำเสมอว่า “หน่วยงานรัฐ/ธนาคาร ไม่ขอ OTP ทางโทรศัพท์/แชต”

หากสงสัยว่าโดน Scam ควรทำอย่างไร

  1. หยุดการติดต่อ และอย่าทำตามคำสั่งเพิ่มเติม
  2. ติดต่อธนาคารทันที เพื่ออายัด/ตรวจสอบธุรกรรม
  3. รวบรวมหลักฐาน (แชต เบอร์โทร สลิปโอน ลิงก์) แล้วแจ้งความ
  4. เปลี่ยนรหัสผ่าน ของอีเมล/โซเชียล/แอปธนาคาร และเปิดยืนยันตัวตนสองชั้น (ถ้ามี)
  5. แจ้งลูกหลาน/คนใกล้ชิด เพื่อช่วยตรวจสอบและป้องกันซ้ำ


FAQ

Q1: ผู้สูงอายุควรทำอย่างไรหากมีคนโทรมาขอข้อมูลส่วนตัว?

A: วางสายทันที ไม่ให้ข้อมูลใดๆ จากนั้นโทรกลับไปยังช่องทางทางการของหน่วยงาน/ธนาคาร หรือปรึกษาลูกหลานก่อนทำรายการทุกครั้ง

Q2: การลงทุนออนไลน์ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุหรือไม่?

A: ปลอดภัยได้หากลงทุนผ่านสถาบันที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบใบอนุญาต/ข้อมูลบริษัท และไม่เชื่อคำโฆษณาผลตอบแทนสูงเกินจริงหรือ “กำไรแน่นอน”

Q3: ลูกหลานช่วยป้องกัน Scam ให้ผู้สูงอายุได้อย่างไร?

A: ช่วยตั้งค่าความปลอดภัยในมือถือ/โซเชียล สอนหลัก “หยุด–คิด–ตรวจสอบ” และเป็นที่ปรึกษาก่อนโอนเงินหรือกดลิงก์ที่ไม่แน่ใจ