หนึ่งในเบราว์เซอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Google Chrome ซึ่งมีระบบป้องกันความปลอดภัยหลายชั้น ทั้ง Safe Browsing, การอัปเดตอัตโนมัติ, การจัดการรหัสผ่าน และระบบ Sandbox อย่างไรก็ตาม การใช้งานแบบค่าเริ่มต้นอาจยังไม่เพียงพอสำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูง โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานด้านธุรกิจ ไอที หรือจัดการข้อมูลสำคัญ
บทความนี้จะอธิบายวิธีตั้งค่า Google Chrome ให้ปลอดภัยขึ้นอย่างละเอียด
ตั้งแต่การปรับค่าพื้นฐานไปจนถึงการตั้งค่าขั้นสูง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากมัลแวร์ ฟิชชิ่ง และการติดตามข้อมูลออนไลน์
วิธีตั้งค่า Google Chrome ให้ปลอดภัยขึ้น ปกป้องข้อมูลส่วนตัวและลดความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์
1) เปิดใช้งาน Enhanced Safe Browsing
Chrome มีระบบ Safe Browsing เพื่อป้องกันเว็บไซต์อันตราย โดยแนะนำให้เปิดโหมด Enhanced protection:
- ไปที่ Settings (การตั้งค่า)
- เลือก Privacy and security (ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย)
- คลิก Security
- เลือก Enhanced protection
- ตรวจจับเว็บไซต์ฟิชชิ่งได้ดีขึ้น
- เตือนดาวน์โหลดไฟล์เสี่ยง
- แจ้งเตือนเมื่อรหัสผ่านเกี่ยวข้องกับการรั่วไหล
2) ตรวจสอบและจัดการ Extensions อย่างรอบคอบ
Extensions เป็นจุดเสี่ยงสำคัญเพราะอาจเข้าถึงข้อมูลบนหน้าเว็บได้ทั้งหมด ควรตรวจสอบเป็นระยะ:
- เปิดหน้า chrome://extensions/
- ลบ Extension ที่ไม่จำเป็นหรือไม่รู้จัก
- ตรวจสิทธิ์ (Permissions) หากขอ “อ่านและเปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดบนเว็บไซต์” ให้พิจารณาถอดออก
- ติดตั้งจาก Chrome Web Store เท่านั้น
3) ตรวจสอบว่า Chrome เป็นเวอร์ชันล่าสุด
การอัปเดตช่วยปิดช่องโหว่ความปลอดภัย ควรตรวจสอบเป็นระยะโดยพิมพ์:
chrome://settings/help
4) เปิดใช้ HTTPS-Only Mode
เพื่อบังคับใช้การเชื่อมต่อแบบเข้ารหัส ลดความเสี่ยงการดักฟังข้อมูล:
- Settings
- Privacy and security
- Security
- เปิด Always use secure connections
5) ปรับค่าความเป็นส่วนตัว (Privacy) ให้รัดกุม
5.1 บล็อก Third-party Cookies
ไปที่ Settings → Privacy and security → Cookies and other site data แล้วเลือก Block third-party cookies เพื่อช่วยลดการติดตามข้ามเว็บไซต์
5.2 ลบ Cookies อัตโนมัติเมื่อปิด Chrome
เปิดตัวเลือก Clear cookies and site data when you close all windows (เหมาะกับเครื่องสาธารณะ/เครื่องทำงานที่แชร์กัน)
5.3 เปิด Do Not Track
เปิด “Send a ‘Do Not Track’ request” เพื่อส่งคำขอไม่ให้ติดตาม (แม้บางเว็บอาจไม่ปฏิบัติตามทั้งหมด)
6) ใช้ Password Manager อย่างปลอดภัย
- เปิดการแจ้งเตือนรหัสผ่านรั่วไหล (Password Checkup)
- เปิด 2-Step Verification ในบัญชี Google
- หลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านซ้ำ และใช้รหัสผ่านยาวอย่างน้อย 12–16 ตัวอักษร
7) ใช้ Secure DNS (DNS over HTTPS)
ช่วยลดความเสี่ยง DNS Spoofing และเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการค้นหาโดเมน:
- Settings
- Privacy and security
- Security
- เปิด Use secure DNS แล้วเลือกผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้
8) จัดการการดาวน์โหลดไฟล์ให้ปลอดภัย
- หลีกเลี่ยงไฟล์นามสกุล .exe/.msi จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
- สแกนไฟล์ด้วย Antivirus/Endpoint Protection ก่อนเปิด
- ตรวจสอบชื่อโดเมนและ URL ก่อนคลิกดาวน์โหลด (ระวังเว็บปลอม)
9) แยกโปรไฟล์ (Profiles) ระหว่างงานและส่วนตัว
แนะนำให้แยกโปรไฟล์เพื่อแยกข้อมูล Cookies, Passwords และ Extensions ลดความเสี่ยงข้อมูลปนกัน:
- โปรไฟล์งาน: ใช้กับระบบองค์กร/งานสำคัญ
- โปรไฟล์ส่วนตัว: ใช้โซเชียล/บันเทิง/เว็บทั่วไป
10) ตรวจสอบสิทธิ์เว็บไซต์ (Site Permissions)
ไปที่ Settings → Privacy and security → Site settings แล้วตรวจสอบสิทธิ์สำคัญ เช่น:
- Location (ตำแหน่ง)
- Camera / Microphone
- Notifications
- Pop-ups and redirects
แนะนำตั้งค่าให้ “Ask” หรือ “Block” สำหรับเว็บที่ไม่จำเป็น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Chrome ปลอดภัยเพียงพอหรือไม่หากใช้ค่าเริ่มต้น?
ปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่แนะนำให้เปิด Enhanced protection และ Secure DNS รวมถึงตรวจ Extensions เป็นประจำเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
ควรล้าง Cookies บ่อยแค่ไหน?
ผู้ใช้ทั่วไปแนะนำเดือนละ 1 ครั้ง หรือเปิดลบอัตโนมัติเมื่อปิด Chrome หากใช้งานเครื่องร่วมกับผู้อื่นหรือเครื่องสาธารณะ
Incognito ช่วยป้องกันแฮกเกอร์ได้หรือไม่?
Incognito ช่วยไม่บันทึกประวัติและ Cookies ในเครื่องหลังปิดหน้าต่าง แต่ไม่ได้ป้องกันการดักฟังเครือข่ายทั้งหมด ยังควรใช้ HTTPS และมาตรการอื่นร่วมด้วย


Social Plugin