วิธีตั้งรหัสผ่านโฟลเดอร์

Secure Folder

ในยุคที่ข้อมูลมีมูลค่าสูง ไม่ว่าจะเป็นเอกสารงาน ภาพถ่ายส่วนตัว ไฟล์บัญชี หรือข้อมูลลูกค้า การป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง 

สำหรับผู้ใช้งาน Windows หลายคนอาจสงสัยว่า “สามารถตั้งรหัสผ่านโฟลเดอร์ได้โดยตรงหรือไม่?” และควรเลือกวิธีใดจึงจะปลอดภัยและเหมาะสมกับการใช้งานจริง 

บทความนี้สรุปวิธีตั้งรหัสผ่านโฟลเดอร์บน Windows อย่างละเอียด ครอบคลุมทั้งฟีเจอร์ในระบบ การบีบอัดไฟล์พร้อมรหัสผ่าน และการใช้โปรแกรมเข้ารหัส พร้อมข้อดี-ข้อจำกัดเพื่อเลือกให้เหมาะกับคุณ

วิธีตั้งรหัสผ่านโฟลเดอร์ บน Windows ป้องกันข้อมูลสำคัญอย่างปลอดภัย

1) เข้าใจก่อน: Windows ตั้งรหัสผ่านโฟลเดอร์โดยตรงได้หรือไม่?

Windows 10/11 โดยทั่วไปไม่มีปุ่ม “ตั้งรหัสผ่านโฟลเดอร์” แบบคลิกขวาแล้วใส่รหัสผ่านได้ทันที แต่คุณยังสามารถป้องกันข้อมูลได้ด้วยวิธีอื่นที่ปลอดภัย เช่น:

  • เข้ารหัสไฟล์ (EFS – Encrypting File System)
  • บีบอัดไฟล์เป็น ZIP/7z พร้อมรหัสผ่าน (เช่น 7-Zip หรือ WinRAR)
  • ใช้โปรแกรมเข้ารหัสไฟล์เฉพาะทาง (เช่น VeraCrypt)
  • กำหนดสิทธิ์การเข้าถึง (User Permissions) สำหรับเครื่องที่มีหลายผู้ใช้
  • เข้ารหัสดิสก์ทั้งลูกด้วย BitLocker (เหมาะกับข้อมูลสำคัญในระดับเครื่อง)

2) วิธีที่ 1: ใช้การเข้ารหัสไฟล์ (EFS) ใน Windows

ใช้ได้ใน Windows รุ่น Professional / Enterprise

ขั้นตอนการตั้งค่า

  1. คลิกขวาที่โฟลเดอร์ที่ต้องการ
  2. เลือก Properties
  3. กดปุ่ม Advanced
  4. ติ๊กเลือก Encrypt contents to secure data
  5. กด OK และ Apply

ข้อดี

  • ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่ม
  • ใช้ระบบความปลอดภัยของ Windows โดยตรง
  • เหมาะกับเครื่องที่มีผู้ใช้หลายบัญชี

ข้อจำกัด

  • ใช้ไม่ได้ใน Windows Home
  • หากบัญชีผู้ใช้มีปัญหา/ลืมรหัสผ่าน อาจเข้าถึงไฟล์ไม่ได้
  • ย้ายไฟล์ไปเครื่องอื่นต้องมีการจัดการ Certificate ให้ถูกต้อง

3) วิธีที่ 2: บีบอัดไฟล์เป็น ZIP/7z พร้อมรหัสผ่าน

Windows เองไม่รองรับการตั้งรหัสผ่าน ZIP แบบตรง ๆ แต่ทำได้ด้วยโปรแกรมฟรี/ยอดนิยม เช่น 7-Zip หรือ WinRAR เหมาะกับการส่งไฟล์/เก็บไฟล์เป็นแพ็กเดียวพร้อมตั้งรหัสผ่าน

ตัวอย่างขั้นตอน (7-Zip)

  1. คลิกขวาที่โฟลเดอร์
  2. เลือก 7-Zip → Add to archive…
  3. เลือกชนิดไฟล์ .7z (แนะนำ) หรือ .zip
  4. ใส่รหัสผ่านในส่วน Encryption
  5. เลือกวิธีเข้ารหัสเป็น AES-256 (ถ้ามีตัวเลือก)
  6. กด OK

ข้อดี

  • ตั้งรหัสผ่านได้จริง ใช้งานง่าย
  • เหมาะกับการแชร์ไฟล์หรือเก็บเป็นชุด
  • รองรับการเข้ารหัสที่แข็งแรง (เช่น AES-256)

ข้อจำกัด

  • ต้องแตกไฟล์ก่อนใช้งาน
  • ลืมรหัสผ่านแล้วกู้คืนยากมาก

4) วิธีที่ 3: ใช้โปรแกรมเข้ารหัสไฟล์โดยเฉพาะ (VeraCrypt/อื่น ๆ)

วิธีนี้เหมาะสำหรับข้อมูลสำคัญ เช่น เอกสารธุรกิจ สัญญา ไฟล์บัญชี หรือข้อมูลลูกค้า โดยหลักการคือสร้าง “ตู้เซฟไฟล์” (Vault) หรือ “ไดรฟ์เสมือน” (Virtual Drive) ที่ต้องกรอกรหัสผ่านก่อนใช้งาน

ข้อดี

  • ความปลอดภัยสูง เหมาะกับงานจริง
  • จัดระเบียบไฟล์เป็นพื้นที่เข้ารหัสเดียว
  • เหมาะกับการควบคุมการเข้าถึงในทีม (กรณีมีนโยบายองค์กร)

ข้อจำกัด

  • ต้องเรียนรู้การใช้งานมากกว่าแบบ ZIP
  • บางซอฟต์แวร์มีค่าใช้จ่ายหรือมีฟีเจอร์ขั้นสูงเฉพาะรุ่นเสียเงิน

5) วิธีที่ 4: กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน (User Permissions)

เหมาะสำหรับเครื่องที่มีหลายบัญชีผู้ใช้ และต้องการ “กันไม่ให้ผู้ใช้อื่นเปิดโฟลเดอร์” โดยไม่ใช่การตั้งรหัสผ่านโฟลเดอร์แบบตรง ๆ วิธีนี้จะควบคุมด้วยสิทธิ์ Allow/Deny

ขั้นตอนโดยย่อ

  1. คลิกขวาโฟลเดอร์ → Properties
  2. ไปที่แท็บ Security
  3. เลือกผู้ใช้/กลุ่ม แล้วกำหนดสิทธิ์ Allow หรือ Deny

ข้อดี

  • ควบคุมการเข้าถึงได้ในเครื่องเดียวกัน
  • เหมาะกับสถานการณ์ “เครื่องเดียวหลายคนใช้”

ข้อจำกัด

  • ไม่ใช่การตั้งรหัสผ่านโฟลเดอร์โดยตรง
  • ถ้ามีสิทธิ์ Administrator อาจเปลี่ยนสิทธิ์ย้อนกลับได้

6) เทคนิคเสริมเพื่อเพิ่มความปลอดภัย

  • ตั้งรหัสผ่าน Windows ให้แข็งแรง และไม่ซ้ำกับบริการอื่น
  • เปิดใช้ BitLocker (ถ้ามี) เพื่อเข้ารหัสดิสก์ทั้งลูก
  • สำรองข้อมูลก่อนเข้ารหัสหรือปรับสิทธิ์
  • เก็บ Recovery Key/Certificate ในที่ปลอดภัย
  • หลีกเลี่ยงการส่งรหัสผ่านผ่านแชต/อีเมลแบบไม่เข้ารหัส

7) เลือกวิธีไหนดี? (แนวทางแนะนำแบบเร็ว)

  • ใช้งานส่วนตัวทั่วไป: ZIP/7z + รหัสผ่าน
  • ใช้หลาย User ในเครื่องเดียว: EFS หรือ Permissions
  • ข้อมูลสำคัญมาก/งานองค์กร: VeraCrypt หรือ BitLocker
  • ต้องการความปลอดภัยระดับเครื่อง: BitLocker (เข้ารหัสดิสก์)

8) ข้อควรระวังสำคัญ

  • ลืมรหัสผ่าน/Recovery Key อาจทำให้เปิดไฟล์ไม่ได้
  • ทดสอบการเปิดไฟล์หลังเข้ารหัส/บีบอัดก่อนลบต้นฉบับ
  • หลีกเลี่ยงรหัสผ่านง่าย ๆ เช่น 123456, วันเกิด, ชื่อเล่น
  • ถ้าเป็นข้อมูลองค์กร ควรทำตามนโยบาย IT และการสำรองข้อมูล

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

1) Windows Home ตั้งรหัสผ่านโฟลเดอร์ได้ไหม?

ทำได้โดยใช้วิธีบีบอัดเป็นไฟล์ ZIP/7z พร้อมรหัสผ่าน (เช่น 7-Zip/WinRAR) หรือใช้โปรแกรมเข้ารหัสไฟล์ภายนอก เพราะ EFS มักใช้ได้เฉพาะ Windows รุ่น Professional/Enterprise

2) หากลืมรหัสผ่านไฟล์ ZIP/7z จะกู้คืนได้ไหม?

โดยทั่วไป กู้คืนได้ยากมาก หากเป็นการเข้ารหัสที่แข็งแรง (เช่น AES-256) แนะนำให้เก็บรหัสผ่านไว้ในที่ปลอดภัย หรือใช้ Password Manager เพื่อป้องกันการลืม

3) วิธีไหนปลอดภัยที่สุดสำหรับไฟล์สำคัญ?

หากต้องการความปลอดภัยสูง แนะนำ VeraCrypt (สร้าง Vault/ไดรฟ์เข้ารหัส) หรือ BitLocker (เข้ารหัสดิสก์ทั้งลูก) เหมาะกับข้อมูลสำคัญในเชิงธุรกิจหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ต้องการให้รั่วไหล