มือถือโดนแฮก มีอาการยังไง

Mobile hacked

ในยุคที่สมาร์ตโฟนกลายเป็นศูนย์กลางของชีวิตประจำวัน ทั้งการทำงาน การเงิน การสื่อสาร และการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล “มือถือโดนแฮก” จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป 

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการถูกแฮกต้องมีอาการรุนแรงหรือเห็นชัดทันที แต่ในความเป็นจริง ผู้ไม่หวังดีมักแฝงตัวอย่างแนบเนียน เพื่อดึงข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือข้อมูลทางการเงินออกไปโดยที่เจ้าของเครื่องไม่รู้ตัว อาการของมือถือที่ถูกแฮกอาจเริ่มจากเรื่องเล็กน้อย เช่น แบตหมดเร็ว เครื่องร้อนผิดปกติ หรือมีแอปแปลกๆ ปรากฏขึ้น หากละเลย อาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรง เช่น บัญชีธนาคารถูกเข้าถึง อีเมลถูกยึด หรือข้อมูลบริษัทหลุด 

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจอาการ สาเหตุ วิธีตรวจสอบ และแนวทางรับมืออย่างเป็นขั้นตอน เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในระยะยาว

มือถือโดนแฮก คืออะไร

มือถือโดนแฮก หมายถึง การที่บุคคลหรือซอฟต์แวร์ไม่พึงประสงค์เข้าควบคุมหรือเข้าถึงข้อมูลในสมาร์ตโฟนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจเกิดได้จากมัลแวร์/สปายแวร์ แอปปลอม ฟิชชิง การใช้ Wi-Fi สาธารณะ หรือการตั้งค่าความปลอดภัยที่อ่อนแอ

  • มัลแวร์ (Malware / Spyware)
  • แอปปลอม หรือแอปติดตั้งจากแหล่งนอก Store
  • คลิกลิงก์ฟิชชิงจาก SMS/อีเมล/โซเชียล
  • เชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะที่ไม่ปลอดภัย
  • ระบบไม่อัปเดต หรือรหัสผ่านอ่อนแอ

อาการมือถือโดนแฮกที่พบบ่อย

1) แบตเตอรี่หมดเร็วผิดปกติ

  • แบตลดเร็วทั้งที่ไม่ได้ใช้งานหนัก
  • เครื่องร้อนแม้ไม่ได้เปิดแอปใด

สาเหตุที่เป็นไปได้: มีแอปแอบทำงานเบื้องหลัง ส่งข้อมูลออกตลอดเวลา

2) เครื่องช้า ค้าง หรือรีสตาร์ทเอง

  • เปิดแอปช้า
  • หน้าจอค้างบ่อย
  • เครื่องรีสตาร์ทเองโดยไม่ทราบสาเหตุ

3) มีแอปแปลกๆ ที่ไม่ได้ติดตั้งเอง

  • พบแอปชื่อไม่คุ้น
  • มีแอประบบที่ไม่สามารถลบได้ (ผิดปกติ)
  • แอปขอสิทธิ์เกินจำเป็น เช่น อ่าน SMS/รายชื่อ/ไมค์

4) โฆษณาเด้งขึ้นตลอดเวลา

  • มี Pop-up โฆษณาแม้อยู่นอกเบราว์เซอร์
  • เปิดหน้าเว็บอัตโนมัติ

สัญญาณที่พบได้บ่อย: เกี่ยวข้องกับ Adware หรือแอปแฝงโฆษณา

5) ค่าอินเทอร์เน็ต/ดาต้าพุ่งผิดปกติ

  • ใช้ดาต้ามากทั้งที่พฤติกรรมไม่เปลี่ยน
  • มีการอัปโหลดข้อมูลจำนวนมาก

6) บัญชีออนไลน์มีความผิดปกติ

  • มีแจ้งเตือนล็อกอินจากอุปกรณ์อื่น
  • รหัสผ่านถูกเปลี่ยนเอง
  • มีอีเมล/SMS รีเซ็ตรหัสผ่านที่คุณไม่ได้ร้องขอ

7) โทรออกหรือส่งข้อความเอง

  • มีประวัติโทรหรือ SMS ที่คุณไม่ได้ทำ
  • มักเป็นเบอร์แปลกหรือเบอร์ต่างประเทศ

สาเหตุหลักที่ทำให้มือถือโดนแฮก

  • ติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือไฟล์ APK ที่ไม่ตรวจสอบ
  • คลิกลิงก์ใน SMS/LINE/Facebook โดยไม่ตรวจสอบโดเมนและความน่าเชื่อถือ
  • ใช้ Wi-Fi สาธารณะโดยไม่ใช้ VPN หรือเข้ารหัส
  • ไม่อัปเดตระบบปฏิบัติการ/แอป ทำให้มีช่องโหว่ค้างอยู่
  • ตั้งรหัสผ่านง่าย หรือไม่เปิดยืนยันตัวตน 2 ชั้น (2FA)

วิธีตรวจสอบว่ามือถืออาจโดนแฮกหรือไม่

  1. ตรวจสอบแอปทั้งหมด แล้วลบแอปที่ไม่รู้จักหรือไม่จำเป็น
  2. เช็กสิทธิ์การเข้าถึง (Permissions) โดยเฉพาะสิทธิ์ SMS, Accessibility, Admin, VPN
  3. ดูการใช้แบต/ดาต้า เพื่อหาแอปที่ใช้ผิดปกติ
  4. สแกนมัลแวร์ ด้วยเครื่องมือความปลอดภัยที่เชื่อถือได้
  5. ตรวจสอบบัญชี Google / Apple ID ว่ามีอุปกรณ์ไม่รู้จักล็อกอินหรือไม่

วิธีแก้ไขและรับมือเมื่อสงสัยว่ามือถือโดนแฮก

ระยะเร่งด่วน (ทำทันที)

  • ปิดอินเทอร์เน็ตชั่วคราว (Wi-Fi/ดาต้า) เพื่อหยุดการส่งข้อมูล
  • เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีสำคัญ (อีเมลหลัก, ธนาคาร, โซเชียล, งาน)
  • เปิด 2FA/Passkey และออกจากระบบในอุปกรณ์อื่นที่ไม่รู้จัก

ระยะฟื้นฟู (ทำภายในวันเดียว)

  • ลบแอปต้องสงสัย และปิดสิทธิ์ที่เกินจำเป็น
  • อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  • สำรองข้อมูลที่จำเป็น แล้วพิจารณา Factory Reset หากอาการยังไม่หาย

ระยะป้องกันระยะยาว (ตั้งค่าให้ปลอดภัย)

  • ติดตั้งแอปจาก Store ทางการเท่านั้น
  • หลีกเลี่ยงการกดลิงก์แปลกๆ และตรวจสอบก่อนเข้าสู่ระบบทุกครั้ง
  • ใช้ VPN เมื่อจำเป็นต้องใช้ Wi-Fi สาธารณะ
  • ตั้งค่า Lock Screen ให้แข็งแรง และเปิด Biometric

แนวทางป้องกันมือถือโดนแฮกในอนาคต

  • ใช้รหัสผ่านยาว ไม่ซ้ำ และจัดการด้วย Password Manager
  • แยกอีเมล “การเงิน/งาน/ส่วนตัว” เพื่อลดความเสียหายแบบโดมิโน
  • ทบทวน Permissions เป็นประจำ โดยเฉพาะ Accessibility และ Device Admin
  • สำหรับองค์กร: อบรมพนักงานเรื่อง Phishing และ Social Engineering อย่างต่อเนื่อง

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

Q1: มือถือโดนแฮก จำเป็นต้องรีเซ็ตเครื่องไหม?

หากลบแอปผิดปกติ สแกนความปลอดภัย และอัปเดตระบบแล้วอาการยังไม่หาย การสำรองข้อมูลและรีเซ็ตเครื่อง (Factory Reset) เป็นวิธีที่ปลอดภัยและตัดปัญหาได้ดีที่สุด

Q2: iPhone มีโอกาสโดนแฮกไหม?

มีโอกาส แม้ระบบจะมีความปลอดภัยสูงกว่าในหลายกรณี แต่ยังเสี่ยงจากฟิชชิง การหลอกรหัสผ่าน/OTP และการเข้าถึง Apple ID หากบัญชีถูกยึดก็อาจกระทบข้อมูลได้มากเช่นกัน

Q3: ใช้แอนติไวรัสในมือถือจำเป็นหรือไม่?

แนะนำสำหรับผู้ใช้ที่ติดตั้งแอปจำนวนมาก ใช้งานการเงิน/งานบนมือถือ หรือมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ดาวน์โหลดไฟล์จากแหล่งภายนอก อย่างไรก็ตาม “วินัยการใช้งาน” และการอัปเดตระบบคือหัวใจสำคัญที่สุด