ส่งผลให้ไม่สามารถซิงก์ไฟล์ใหม่ อัปโหลดรูป หรือสำรองข้อมูลได้ หลายคนเข้าใจว่าทางออกเดียวคือการซื้อพื้นที่เพิ่ม แต่ในความเป็นจริงยังมีวิธีจัดการพื้นที่ OneDrive ให้กลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
บทความนี้จะอธิบายแนวทางการตรวจสอบการใช้พื้นที่ วิธีลบไฟล์ที่กินพื้นที่มาก การตั้งค่าการซิงก์อย่างเหมาะสม รวมถึงเทคนิคสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและองค์กร
เพื่อให้คุณสามารถใช้พื้นที่เดิมให้คุ้มค่าที่สุด ลดความเสี่ยงข้อมูลไม่ซิงก์ และยังคงใช้งาน OneDrive ได้อย่างต่อเนื่อง
สาเหตุที่ OneDrive เต็ม (ควรรู้ก่อนแก้)
- บัญชีฟรีมีพื้นที่จำกัด (มักเริ่มต้นประมาณ 5 GB)
- รูปและวิดีโอจากมือถือถูกสำรองอัตโนมัติ
- ไฟล์แนบจาก Outlook / อีเมลถูกบันทึกลง OneDrive
- โฟลเดอร์ Desktop / Documents / Pictures ถูกซิงก์ทั้งหมด
- ลบไฟล์แล้วแต่ยังอยู่ใน Recycle Bin ทำให้ยังนับพื้นที่
วิธีแก้ OneDrive เต็ม โดยไม่ต้องซื้อเพิ่ม
1) ตรวจสอบว่าไฟล์อะไรใช้พื้นที่มากที่สุด
- เข้า OneDrive ผ่านเว็บ
- ดูเมนู/แถบ Storage usage หรือ “พื้นที่จัดเก็บ”
- เรียงไฟล์ตามขนาด (Largest first) เพื่อหา “ตัวกินพื้นที่”
แนะนำ: มักพบว่าเป็นวิดีโอ ไฟล์ ZIP หรือไฟล์ Backup เก่า
2) ลบไฟล์ขนาดใหญ่ที่ไม่จำเป็น
- วิดีโอเก่า / ไฟล์โปรเจกต์ที่จบแล้ว
- ไฟล์ซ้ำ เช่น copy-final, final-v2
- ไฟล์ ISO / Installer ที่ไม่จำเป็นต้องเก็บบน Cloud
สำหรับองค์กร: ไฟล์ Archive ระยะยาวควรย้ายไป NAS หรือ External Drive เพื่อไม่ให้ OneDrive เป็นคลังเก็บถาวร
3) ล้าง Recycle Bin (ขั้นตอนที่หลายคนลืม)
ไฟล์ที่ลบแล้ว ยังนับพื้นที่ จนกว่าจะล้างถังขยะของ OneDrive
- เข้า Recycle Bin บน OneDrive
- เลือก Empty recycle bin / “ล้างถังขยะ”
ผลลัพธ์: พื้นที่ว่างเพิ่มขึ้นทันที
4) ปิดการซิงก์โฟลเดอร์ที่ไม่จำเป็น (Windows)
- คลิกขวาไอคอน OneDrive > Settings
- ไปที่ Sync and backup
- ยกเลิกการสำรอง Desktop / Documents / Pictures เฉพาะโฟลเดอร์ที่ไม่จำเป็น
เหมาะสำหรับ: เครื่องทำงานที่มีไฟล์ชั่วคราวจำนวนมาก
5) ใช้ Files On-Demand ให้เป็นประโยชน์
- ตั้งค่าไฟล์ให้เป็น Online-only เพื่อลดพื้นที่ในเครื่อง
- ไฟล์ยังอยู่ใน Cloud และเปิดใช้งานได้เมื่อมีอินเทอร์เน็ต
หมายเหตุ: วิธีนี้ช่วยเรื่อง “พื้นที่เครื่อง” แต่ยังนับพื้นที่ OneDrive เหมือนเดิม จึงควรใช้ร่วมกับการลบไฟล์ที่ไม่จำเป็น
6) แยกรูปและวิดีโอออกจาก OneDrive
- ปิด Camera Upload / สำรองรูปอัตโนมัติ (ถ้าไม่ได้จำเป็น)
- ย้ายรูป/วิดีโอเก่าไปบริการที่เหมาะกว่า เช่น Google Photos (โหมดประหยัดพื้นที่) หรือเก็บใน External HDD
เหมาะกับ: ผู้ใช้มือถือเป็นหลักที่ถ่ายรูป/วิดีโอเยอะ
7) ตรวจสอบไฟล์แนบ Outlook ที่ถูกบันทึกอัตโนมัติ
- เข้าไปดูโฟลเดอร์ Attachments (ถ้ามี)
- ลบไฟล์แนบขนาดใหญ่ที่ไม่จำเป็นต้องเก็บใน Cloud
Tip: ไฟล์แนบสะสมเยอะมากโดยไม่รู้ตัว เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ OneDrive เต็มเร็ว
8) ปรับแนวคิดการใช้งาน: OneDrive คือ “พื้นที่ทำงาน” ไม่ใช่ “คลังเก็บถาวร”
- OneDrive: งานปัจจุบัน, แชร์ไฟล์, ทำงานร่วมกัน, ซิงก์ข้ามอุปกรณ์
- NAS / HDD: เก็บระยะยาว, Archive, ไฟล์ใหญ่ที่ไม่ต้องเปิดบ่อย
แนวทางแนะนำสำหรับองค์กร / IT
- กำหนด Policy การซิงก์โฟลเดอร์ (ลดการอัปโหลดไฟล์ชั่วคราว)
- อบรมพนักงานเรื่องการจัดการไฟล์และการล้าง Recycle Bin
- แยก Cloud Storage ตามวัตถุประสงค์ (Work vs Archive)
- ทำรอบตรวจสอบการใช้พื้นที่อย่างสม่ำเสมอ (รายเดือน/รายไตรมาส)
FAQ
Q1: ลบไฟล์ในเครื่องแล้ว พื้นที่ OneDrive ไม่ลด เกิดจากอะไร?
A: ไฟล์อาจยังอยู่ใน Recycle Bin ของ OneDrive ทำให้ยังนับพื้นที่อยู่ ให้เข้าไปล้างถังขยะ (Empty recycle bin) แล้วพื้นที่จะคืนกลับ
Q2: ปิดซิงก์ Desktop แล้วไฟล์จะหายไหม?
A: ไม่หาย ไฟล์ยังอยู่ในเครื่องตามปกติ เพียงแต่จะไม่ซิงก์ขึ้น OneDrive (และจะไม่สำรองการเปลี่ยนแปลงขึ้น Cloud)
Q3: OneDrive ฟรีเหมาะกับการใช้งานแบบไหน?
A: เหมาะกับเอกสารงานทั่วไป ไฟล์ที่ต้องใช้จริง และงานที่ต้องแชร์/ทำร่วมกัน ไม่เหมาะเป็นที่เก็บไฟล์ขนาดใหญ่ระยะยาว เช่น วิดีโอจำนวนมากหรือไฟล์ Archive หลายปี


Social Plugin