การใช้งานคอมพิวเตอร์บริษัทอย่างปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่พนักงานทุกระดับต้องให้ความสำคัญ ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายไอทีเท่านั้น ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย เช่น การคลิกลิงก์อีเมลปลอม การใช้รหัสผ่านซ้ำ หรือการนำแฟลชไดรฟ์ส่วนตัวมาเสียบ อาจนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูล การติดมัลแวร์ หรือความเสียหายทางธุรกิจในวงกว้างได้
บทความนี้จะอธิบายแนวทางการใช้คอมพิวเตอร์บริษัทอย่างปลอดภัย ตั้งแต่พื้นฐานที่พนักงานทั่วไปควรรู้ ไปจนถึงแนวปฏิบัติที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อให้องค์กรสามารถทำงานได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
การใช้คอมพิวเตอร์บริษัทอย่างปลอดภัย
1) เข้าใจความแตกต่างระหว่าง “เครื่องบริษัท” กับ “เครื่องส่วนตัว”
คอมพิวเตอร์ของบริษัทถูกออกแบบมาเพื่อการทำงานและเชื่อมต่อกับระบบภายใน เช่น ระบบอีเมล เซิร์ฟเวอร์ ไฟล์งาน หรือระบบบัญชี ดังนั้นควรปฏิบัติดังนี้
- หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องบริษัทเพื่อกิจกรรมส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงาน
- ไม่ติดตั้งโปรแกรม/เกมเองโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ปฏิบัติตามนโยบาย IT ขององค์กรอย่างเคร่งครัด
เหตุผลคือซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบอาจแฝงมัลแวร์หรือช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
2) ใช้รหัสผ่านอย่างรัดกุมและไม่ใช้ซ้ำ
รหัสผ่านคือด่านแรกของความปลอดภัย แนะนำให้ทำตามนี้
- ตั้งรหัสผ่านยาวอย่างน้อย 12 ตัวอักษร
- ผสมตัวอักษรใหญ่/เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์
- ห้ามใช้รหัสผ่านเดียวกันกับบัญชีส่วนตัว เช่น Facebook หรือ Gmail
- ไม่จดรหัสผ่านไว้บนกระดาษหรือไฟล์ที่เข้าถึงง่าย
หากบริษัทมีระบบยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA/MFA) ควรเปิดใช้งานทุกครั้ง
3) ระวังอีเมลและฟิชชิง (Phishing)
ภัยคุกคามที่พบบ่อยที่สุดคืออีเมลหลอกลวง ให้สังเกตดังนี้
- ตรวจสอบชื่อผู้ส่งและโดเมนอีเมลให้ละเอียด
- อย่าคลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์แนบที่น่าสงสัย
- อีเมลที่เร่งให้ตัดสินใจ เช่น “ด่วนมาก” หรือ “บัญชีจะถูกระงับ” มักเป็นฟิชชิง
หากไม่แน่ใจ ควรสอบถามฝ่ายไอทีก่อนเสมอ
4) อัปเดตระบบและโปรแกรมอย่างสม่ำเสมอ
การอัปเดตคือการอุดช่องโหว่ที่แฮกเกอร์มักใช้โจมตี
- เปิดให้อัปเดตระบบปฏิบัติการอัตโนมัติ
- อัปเดตโปรแกรมทำงาน เช่น เบราว์เซอร์ โปรแกรมเอกสาร
- หลีกเลี่ยงการเลื่อนการอัปเดตเป็นเวลานาน
5) ใช้เครือข่ายอย่างปลอดภัย
- หลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะกับเครื่องบริษัท
- หากต้องทำงานนอกสถานที่ ควรเชื่อมต่อผ่าน VPN ของบริษัท
- ไม่แชร์อินเทอร์เน็ตจากแหล่งที่ไม่ปลอดภัย
เครือข่ายที่ไม่ปลอดภัยอาจถูกดักฟังข้อมูลได้ง่าย
6) จัดการอุปกรณ์เสริม (USB) อย่างรอบคอบ
แฟลชไดรฟ์และอุปกรณ์ USB เป็นแหล่งแพร่มัลแวร์ชั้นดี
- หลีกเลี่ยงการใช้ USB ส่วนตัวกับเครื่องบริษัท
- ใช้เฉพาะอุปกรณ์ที่ผ่านการอนุญาตจากองค์กร
- สแกนไวรัสทุกครั้งก่อนเปิดใช้งาน
7) ล็อกเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน
- กดล็อกหน้าจอเมื่อเดินออกจากโต๊ะ
- ตั้งค่าให้เครื่องล็อกอัตโนมัติเมื่อไม่ใช้งาน
- ไม่ให้ผู้อื่นใช้เครื่องแทน แม้จะเป็นเพื่อนร่วมงาน
8) สำรองข้อมูลตามนโยบายบริษัท
- บันทึกงานในระบบที่บริษัทกำหนด เช่น Cloud หรือ Server กลาง
- ไม่เก็บไฟล์งานสำคัญไว้ในเครื่องเพียงอย่างเดียว
- การสำรองข้อมูลช่วยลดความเสียหายจากไวรัสหรือเครื่องเสีย
9) แยกข้อมูลบริษัทออกจากข้อมูลส่วนตัว
- ไม่ใช้อีเมลบริษัทสมัครบริการส่วนตัว
- ไม่ส่งไฟล์งานไปเก็บใน Cloud ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลเมื่อพนักงานลาออกหรือเครื่องสูญหาย
10) รายงานเหตุผิดปกติทันที
หากพบอาการผิดปกติ เช่น เครื่องช้าผิดปกติ มีป๊อปอัปแปลกๆ หรือไฟล์หาย/ถูกเข้ารหัส ควรแจ้งฝ่ายไอทีทันที และไม่ควรพยายามแก้ไขเอง
เพียงแค่ปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น ก็สามารถช่วยลดปัญหาการใช้งาน และทำให้ระบบความปลอดภัยข้อมูลขององค์กรสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง


Social Plugin