สาเหตุสำคัญมักไม่ได้เกิดจากโรคกระดูกโดยตรง แต่เกิดจากการจัดโต๊ะทำงานและท่าทางการนั่งที่ไม่เหมาะสม เช่น จอคอมต่ำหรือสูงเกินไป เก้าอี้ไม่รองรับหลังส่วนล่าง โต๊ะสูงไม่พอดีกับแขน หรือการวางคีย์บอร์ดและเมาส์ผิดตำแหน่ง ปัญหาเหล่านี้สะสมจนกลายเป็นอาการปวดเรื้อรัง ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตในระยะยาว
บทความนี้จะอธิบายวิธีจัดโต๊ะทำงานหน้าคอมอย่างถูกหลักการยศาสตร์
(Ergonomics) ตั้งแต่เก้าอี้ โต๊ะ จอคอม ไปจนถึงพฤติกรรมระหว่างวัน เพื่อช่วยลดอาการปวดหลังและทำงานได้อย่างสบายขึ้นในระยะยาว
วิธีจัดโต๊ะทำงานหน้าคอมให้ไม่ปวดหลัง
1) ปรับเก้าอี้ให้รองรับหลังอย่างถูกต้อง
เก้าอี้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการนั่งทำงาน
- ความสูงเก้าอี้: เมื่อนั่งแล้วเท้าควรวางราบกับพื้น เข่างอประมาณ 90 องศา
- พนักพิงหลัง: ควรโค้งรับกับหลังส่วนล่าง (Lumbar Support)
- พนักแขน: ปรับให้อยู่ระดับเดียวกับโต๊ะ เพื่อไม่ให้ยกไหล่
- ความลึกของที่นั่ง: ควรมีช่องว่างระหว่างขอบเก้าอี้กับหลังเข่าประมาณ 2–3 นิ้ว
หากเก้าอี้ไม่มีที่รองหลังส่วนล่าง สามารถใช้หมอนเล็กหรือเบาะรองหลังเสริมได้
2) ระดับโต๊ะทำงานต้องสัมพันธ์กับร่างกาย
โต๊ะที่สูงหรือต่ำเกินไปทำให้ต้องก้มหลังหรือยกไหล่โดยไม่รู้ตัว
- ความสูงโต๊ะควรอยู่ในระดับที่ ศอกงอประมาณ 90 องศา
- แขนวางบนโต๊ะได้โดยไม่ต้องยกไหล่
- ไม่ควรเอื้อมแขนไปข้างหน้ามากเกินไป เพราะจะดึงหลังส่วนบนตลอดเวลา
หากโต๊ะสูงเกินไป แนะนำใช้ที่พักเท้า (Footrest) เพื่อช่วยปรับสรีระ
3) จัดตำแหน่งจอคอมให้ถนอมคอและหลัง
ตำแหน่งจอคอมมีผลโดยตรงต่ออาการปวดคอและหลังส่วนบน
- ขอบบนของจอควรอยู่ ระดับเดียวกับสายตา หรือ ต่ำกว่าเล็กน้อย
- ระยะห่างจอประมาณ 50–70 ซม.
- จอไม่ควรเอียงขึ้นหรือลงมากเกินไป
- หากใช้จอ 2 จอ ควรจัดจอหลักตรงกลาง ไม่เอียงตัวทำงาน
การก้มหน้ามองจอเพียงเล็กน้อยแต่ต่อเนื่อง สามารถทำให้ปวดหลังและคอได้ในระยะยาว
4) วางคีย์บอร์ดและเมาส์ให้ลดแรงกดที่หลัง
- คีย์บอร์ดควรวางตรงกลางลำตัว
- เมาส์ควรอยู่ใกล้คีย์บอร์ด ไม่ต้องเอื้อม
- ข้อมือควรอยู่ในแนวตรง ไม่งอขึ้นหรือลง
- หลีกเลี่ยงการวางคีย์บอร์ดลึกเกินไปจนต้องโน้มตัว
หากทำงานนาน แนะนำใช้แผ่นรองข้อมือเพื่อลดแรงกดสะสม
5) ท่านั่งที่ถูกต้อง ลดปวดหลังได้จริง
ท่านั่งที่ดีควรเป็นธรรมชาติและไม่เกร็ง
- หลังแนบพนักพิง ไม่หลังค่อม
- ไหล่ผ่อนคลาย ไม่ยกไหล่
- เข่าอยู่ระดับเดียวกับสะโพกหรือสูงกว่าเล็กน้อย
- เท้าวางราบกับพื้น
หลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้างหรือนั่งเอียงตัวเป็นเวลานาน
6) จัดของบนโต๊ะให้ไม่ต้องบิดตัวบ่อย
- อุปกรณ์ที่ใช้บ่อยควรอยู่ในระยะเอื้อมมือ
- โทรศัพท์ แฟ้ม หรือโน้ตบุ๊กไม่ควรวางไกลเกินไป
- ลดของรกบนโต๊ะ เพื่อให้ขยับตัวได้สะดวก
การบิดตัวซ้ำๆ แม้เพียงเล็กน้อย เป็นสาเหตุของอาการปวดหลังเรื้อรังได้
7) พักและขยับร่างกายเป็นระยะ
แม้จะจัดโต๊ะดีแค่ไหน หากนั่งนานเกินไปก็ยังปวดหลังได้
- ลุกขึ้นยืดเส้นทุก 30–60 นาที
- หมุนไหล่ บิดเอวเบาๆ
- เปลี่ยนอิริยาบถระหว่างวัน
หากทำได้ โต๊ะปรับระดับ (Sit-Stand Desk) จะช่วยลดภาระหลังได้มาก
8) แสงสว่างและสภาพแวดล้อมก็สำคัญ
- แสงควรสว่างพอ ไม่สะท้อนหน้าจอ
- ไม่ควรนั่งหันหลังให้แสงหน้าต่าง
- อุณหภูมิห้องสบาย ไม่ทำให้เกร็งตัว
สภาพแวดล้อมที่ดีช่วยให้ท่านั่งผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว
FAQ : คำถามที่พบบ่อย
Q1: ปวดหลังแม้ใช้เก้าอี้แพง แก้ยังไงดี?
A: ตรวจสอบระดับจอ โต๊ะ และท่านั่งร่วมด้วย เพราะเก้าอี้ดีแต่จัดตำแหน่งผิดก็ยังปวดได้
Q2: นั่งทำงานวันละกี่ชั่วโมงถึงเริ่มเสี่ยงปวดหลัง?
A: หากนั่งต่อเนื่องเกิน 1 ชั่วโมงโดยไม่ขยับตัว มีความเสี่ยงเกิดอาการปวดหลังสะสม
Q3: โต๊ะปรับระดับจำเป็นแค่ไหน?
A: ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน แต่เหมาะมากสำหรับผู้ที่นั่งทำงานวันละหลายชั่วโมงและมีอาการปวดหลังเรื้อรัง


Social Plugin