กล้องกิมบอลคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร เหมาะกับใครบ้าง
กล้องกิมบอล หรือ Gimbal Camera เป็นอุปกรณ์ถ่ายวิดีโอที่มีกลไกช่วยรักษาสมดุลและลดการสั่นไหวของภาพ โดยอาจเป็นกล้องที่ติดตั้งกิมบอลมาในตัว หรือเป็นกิมบอลแยกสำหรับยึดสมาร์ตโฟน
กล้องกิมบอลคืออะไร
คำว่า Gimbal หมายถึงโครงสร้างหรือแท่นยึดที่ช่วยให้อุปกรณ์สามารถหมุนและรักษาระดับตามแกนต่าง ๆ ได้ สำหรับงานวิดีโอ กิมบอลจะใช้มอเตอร์ เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และระบบประมวลผลเพื่อชดเชยแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากมือหรือการเคลื่อนที่ของผู้ถ่าย
เมื่อผู้ใช้งานเดิน ถือกล้องเอียง หรือหมุนข้อมือ เซ็นเซอร์ภายในกิมบอลจะตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่ง จากนั้นมอเตอร์จะปรับทิศทางของกล้องกลับอย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาภาพให้อยู่ในระดับที่ต้องการ กระบวนการนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ จึงทำให้วิดีโอมีความนุ่มนวลมากขึ้น
กล้องกิมบอลสามารถหมายถึงอุปกรณ์ได้สองลักษณะ ได้แก่ กล้องขนาดเล็กที่ติดตั้งกิมบอลมาให้จากโรงงาน และอุปกรณ์กิมบอลแยกที่ใช้ติดตั้งสมาร์ตโฟนหรือกล้องของผู้ใช้งาน
กิมบอล 3 แกนทำงานอย่างไร
กิมบอลที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่เป็นระบบกันสั่นแบบ 3 แกน เพราะสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวหลักของกล้องได้ครบถ้วน ดังนี้
1. แกน Pan
แกน Pan ควบคุมการหมุนกล้องไปทางซ้ายและขวา เช่น การแพนกล้องติดตามคนเดิน การถ่ายภาพวิวรอบสถานที่ หรือการหมุนกล้องจากวัตถุหนึ่งไปยังอีกวัตถุหนึ่ง
2. แกน Tilt
แกน Tilt ควบคุมการก้มและเงยของกล้อง เหมาะสำหรับการถ่ายจากพื้นขึ้นไปด้านบน การเปิดเผยอาคารสูง หรือการเปลี่ยนมุมจากวัตถุที่อยู่ใกล้ไปยังวัตถุที่อยู่ไกล
3. แกน Roll
แกน Roll ช่วยรักษาเส้นขอบฟ้าไม่ให้เอียง เมื่อผู้ใช้งานขยับข้อมือ เดินบนพื้นที่ไม่เรียบ หรือถืออุปกรณ์ในตำแหน่งที่เปลี่ยนไป ระบบจะพยายามทำให้ภาพยังคงอยู่ในแนวระดับ
การทำงานร่วมกันของทั้งสามแกนช่วยลดการสั่นจากหลายทิศทาง แต่ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับการตั้งค่าสมดุล น้ำหนักกล้อง ความเร็วของมอเตอร์ และเทคนิคการเดินของผู้ถ่ายด้วย
กล้องกิมบอลมีกี่ประเภท
1. กล้องกิมบอลแบบมีตัวกล้องในตัว
เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่รวมกล้อง ระบบบันทึกวิดีโอ หน้าจอ และกิมบอลไว้ในชุดเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์พร้อมใช้งาน พกพาง่าย และไม่ต้องติดตั้งโทรศัพท์หรือกล้องเพิ่มเติม
ข้อดีคือเปิดเครื่องแล้วเริ่มถ่ายได้ทันที ขนาดเล็ก และระบบต่าง ๆ ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกัน อย่างไรก็ตาม คุณภาพของภาพและความยืดหยุ่นด้านเลนส์จะขึ้นอยู่กับกล้องที่ติดตั้งมากับอุปกรณ์
2. กิมบอลสำหรับสมาร์ตโฟน
กิมบอลสมาร์ตโฟนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้หนีบโทรศัพท์เข้ากับแท่นยึด เหมาะสำหรับการถ่ายวิดีโอทั่วไป Vlog, TikTok, Reels, YouTube Shorts การถ่ายทอดสด และวิดีโอประชาสัมพันธ์สินค้า
กิมบอลรุ่นใหม่มักมีแอปพลิเคชันสำหรับควบคุมการถ่ายภาพ ระบบติดตามใบหน้าหรือวัตถุ การถ่าย Panorama, Timelapse และ Motion Timelapse รวมถึงอาจมีขาตั้งและก้านเซลฟีในตัว
3. กิมบอลสำหรับกล้อง Mirrorless หรือ DSLR
กิมบอลประเภทนี้รองรับกล้องและเลนส์ที่มีน้ำหนักมากกว่า จึงใช้มอเตอร์ขนาดใหญ่และมีโครงสร้างแข็งแรง เหมาะกับงานโฆษณา งานแต่งงาน ภาพยนตร์ วิดีโอองค์กร และงานโปรดักชันระดับมืออาชีพ
ผู้ซื้อจำเป็นต้องตรวจสอบน้ำหนักบรรทุกสูงสุดหรือ Payload รวมถึงความเข้ากันได้กับตัวกล้องและเลนส์อย่างละเอียด เพราะเลนส์ที่ยาวหรือมีน้ำหนักมากอาจทำให้การปรับสมดุลทำได้ยาก
4. กิมบอลสำหรับกล้องแอ็กชัน
ออกแบบมาสำหรับกล้องแอ็กชันที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง การเดินทาง ปั่นจักรยาน หรือการถ่ายวิดีโอในพื้นที่ที่ต้องเคลื่อนที่บ่อย อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบความสามารถในการป้องกันน้ำและฝุ่นของตัวกิมบอล เนื่องจากกิมบอลจำนวนมากไม่ได้กันน้ำเหมือนตัวกล้องแอ็กชัน
5. กิมบอลสำหรับโดรน
โดรนถ่ายภาพส่วนใหญ่ใช้กล้องที่ติดตั้งบนกิมบอล เพื่อชดเชยการเอียง การหมุน และแรงสั่นสะเทือนจากมอเตอร์หรือกระแสลม ทำให้สามารถบันทึกวิดีโอทางอากาศที่ราบรื่น แม้ตัวโดรนกำลังเปลี่ยนทิศทาง
ประโยชน์ของกล้องกิมบอล
1. ลดการสั่นไหวของวิดีโอ
ประโยชน์หลักของกล้องกิมบอลคือช่วยลดแรงสั่นจากมือ การเดิน และการเคลื่อนที่ ทำให้ภาพดูนิ่งและรับชมได้สบายกว่าการถือกล้องด้วยมือเปล่า โดยเฉพาะวิดีโอที่ต้องเคลื่อนกล้องอย่างต่อเนื่อง
2. สร้างการเคลื่อนกล้องแบบภาพยนตร์
กิมบอลช่วยให้ผู้ถ่ายสามารถสร้างช็อตแบบ Tracking Shot, Push-in, Pull-out, Orbit และ Reveal Shot ได้ง่ายขึ้น การเคลื่อนที่ที่นุ่มนวลทำให้วิดีโอดูเป็นมืออาชีพและช่วยเพิ่มอารมณ์ให้กับเนื้อหา
3. ถ่ายวิดีโอขณะเดินได้ดีขึ้น
การเดินถือกล้องมักทำให้เกิดแรงกระแทกในแนวตั้งและการแกว่งด้านข้าง กิมบอลจะช่วยชดเชยการเคลื่อนไหวเหล่านี้ แม้จะไม่สามารถกำจัดแรงกระแทกได้ทั้งหมด แต่เมื่อใช้งานร่วมกับเทคนิคการเดินอย่างนุ่มนวลจะให้ผลลัพธ์ที่ดีมาก
4. ติดตามบุคคลหรือวัตถุได้สะดวก
กิมบอลสมาร์ตโฟนและกล้องกิมบอลรุ่นใหม่จำนวนมากมีระบบติดตามวัตถุด้วย AI ผู้ใช้งานสามารถเลือกบุคคล สัตว์ หรือวัตถุบนหน้าจอ จากนั้นกิมบอลจะหมุนกล้องติดตามการเคลื่อนไหวโดยอัตโนมัติ
คุณสมบัตินี้เหมาะสำหรับผู้สร้างคอนเทนต์ที่ถ่ายวิดีโอคนเดียว ครูผู้สอนออนไลน์ ผู้สาธิตสินค้า พนักงานขาย และผู้ที่ต้องการบันทึกกิจกรรมโดยไม่มีช่างกล้อง
5. ลดเวลาแก้ไขวิดีโอภายหลัง
แม้โปรแกรมตัดต่อจะสามารถลดการสั่นด้วยซอฟต์แวร์ได้ แต่กระบวนการดังกล่าวอาจต้องครอบตัดภาพ ทำให้มุมมองแคบลง หรือเกิดความบิดเบี้ยวบริเวณขอบภาพ การใช้กิมบอลช่วยให้ได้วิดีโอที่นิ่งตั้งแต่ต้นทาง จึงลดภาระในการประมวลผลภายหลัง
6. เพิ่มคุณภาพคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย
ภาพที่นิ่งและการเคลื่อนกล้องที่สม่ำเสมอช่วยให้วิดีโอดูน่าสนใจและน่าเชื่อถือ เหมาะสำหรับการผลิตคอนเทนต์บน YouTube, Facebook, TikTok และ Instagram รวมถึงวิดีโอแนะนำสินค้าและบริการของธุรกิจ
7. ใช้งานได้หลายรูปแบบ
กิมบอลไม่ได้ใช้สำหรับเดินถ่ายวิดีโอเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นขาตั้งกล้อง ระบบติดตามผู้พูด อุปกรณ์ถ่าย Timelapse หรือเครื่องมือควบคุมการเคลื่อนกล้องแบบตั้งโปรแกรมล่วงหน้าได้ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของแต่ละรุ่น
ตัวอย่างการใช้งานกล้องกิมบอล
- งานท่องเที่ยว: ถ่ายบรรยากาศสถานที่ เดินชมเมือง และติดตามผู้เดินทาง
- งานโรงแรม: ถ่ายห้องพัก ห้องอาหาร สระว่ายน้ำ และพื้นที่ส่วนกลาง
- งานอสังหาริมทรัพย์: เดินถ่ายภายในบ้าน คอนโด และอาคารสำนักงาน
- งานแต่งงาน: ถ่ายคู่บ่าวสาว พิธีการ และบรรยากาศภายในงาน
- งานรีวิวสินค้า: ถ่ายภาพเคลื่อนรอบสินค้าและติดตามผู้สาธิต
- งานอบรม: ใช้ระบบติดตามผู้บรรยายหรือวิทยากรโดยอัตโนมัติ
- งานอาหาร: เคลื่อนกล้องเข้าใกล้อาหารหรือถ่ายรอบโต๊ะอย่างนุ่มนวล
- งานกิจกรรม: ถ่ายการแสดง กีฬาเบา ๆ และกิจกรรมกลางแจ้ง
โหมดการทำงานของกิมบอลที่ควรรู้
| โหมด | ลักษณะการทำงาน | เหมาะกับงาน |
|---|---|---|
| Lock | ล็อกทิศทางของกล้องไว้ แม้ผู้ใช้งานจะหมุนด้ามจับ | เดินตรง ถ่ายวัตถุคงที่ และควบคุมองค์ประกอบภาพ |
| Pan Follow | กล้องติดตามเฉพาะการหมุนซ้ายและขวา | ถ่ายคนเดิน งานอีเวนต์ และการแพนวิว |
| Follow | กล้องติดตามการหมุนซ้ายขวาและการก้มเงย | งานทั่วไป การเดินถ่าย และการติดตามวัตถุ |
| FPV | กล้องตอบสนองตามการหมุนของผู้ถือครบหลายแกน | ฉากเคลื่อนไหวรวดเร็วและวิดีโอที่ต้องการความรู้สึกสมจริง |
| Sport | เพิ่มความเร็วในการตอบสนองของมอเตอร์ | กีฬา สัตว์เลี้ยง และวัตถุที่เคลื่อนที่เร็ว |
ชื่อและลักษณะของโหมดอาจแตกต่างกันตามผู้ผลิต ผู้ใช้งานจึงควรศึกษาคู่มือของรุ่นที่เลือกใช้ โดยเริ่มจากโหมดอัตโนมัติหรือ Follow ก่อน แล้วจึงทดลองโหมดที่ต้องควบคุมมากขึ้น
กล้องกิมบอลต่างจากระบบกันสั่นในโทรศัพท์อย่างไร
สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่มักมีระบบกันสั่นแบบ Optical Image Stabilization หรือ OIS และ Electronic Image Stabilization หรือ EIS ระบบเหล่านี้ช่วยลดการสั่นขนาดเล็กได้ดี แต่มีหลักการทำงานต่างจากกิมบอล
OIS ใช้การขยับชิ้นเลนส์หรือเซ็นเซอร์ภายในกล้อง ส่วน EIS ใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์และปรับตำแหน่งของภาพในแต่ละเฟรม ขณะที่กิมบอลใช้มอเตอร์หมุนอุปกรณ์ทั้งชุดเพื่อชดเชยการเคลื่อนไหวทางกายภาพ
การใช้กิมบอลร่วมกับระบบกันสั่นของกล้องสามารถให้ผลลัพธ์ที่ดี โดยกิมบอลรับมือกับการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ ส่วนระบบกันสั่นในตัวกล้องช่วยลดแรงสั่นขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม ในบางสถานการณ์ระบบทั้งสองอาจทำงานขัดกัน จึงควรทดลองเปิดและปิดระบบกันสั่นภายในกล้องเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์
วิธีเลือกซื้อกล้องกิมบอล
1. เลือกให้ตรงกับอุปกรณ์
ตรวจสอบก่อนว่าจะใช้กับสมาร์ตโฟน กล้องแอ็กชัน หรือกล้อง Mirrorless เพราะกิมบอลแต่ละประเภทมีโครงสร้างและกำลังมอเตอร์แตกต่างกัน ไม่ควรนำอุปกรณ์ที่หนักเกินขีดจำกัดไปติดตั้ง
2. ตรวจสอบน้ำหนักบรรทุกสูงสุด
สำหรับกิมบอลกล้อง ควรรวมน้ำหนักของตัวกล้อง เลนส์ ฟิลเตอร์ ไมโครโฟน สายเชื่อมต่อ และอุปกรณ์เสริมทั้งหมด ไม่ควรเลือกกิมบอลที่รองรับน้ำหนักใกล้ขีดจำกัดมากเกินไป เพราะมอเตอร์อาจทำงานหนักและสิ้นเปลืองแบตเตอรี่
3. ตรวจสอบขนาดและความสมดุล
อุปกรณ์ที่น้ำหนักไม่เกินกำหนดอาจยังไม่สามารถใช้งานได้ หากตัวกล้องหรือเลนส์มีขนาดยาวจนชนกับแขนกิมบอล จึงควรตรวจสอบรายการอุปกรณ์ที่รองรับจากเว็บไซต์ของผู้ผลิต
4. พิจารณาระบบติดตามวัตถุ
ผู้ที่ถ่ายวิดีโอคนเดียวควรเลือกรุ่นที่มีระบบติดตามใบหน้าและวัตถุที่แม่นยำ รวมถึงตรวจสอบว่าต้องใช้งานผ่านแอปของผู้ผลิตหรือสามารถติดตามวัตถุผ่านกล้องปกติของโทรศัพท์ได้
5. ตรวจสอบอายุแบตเตอรี่
ควรเลือกความจุแบตเตอรี่ให้เหมาะกับระยะเวลาการถ่ายทำ พร้อมตรวจสอบว่าสามารถชาร์จผ่าน Power Bank ระหว่างใช้งานได้หรือไม่ การใช้งานมอเตอร์หนักหรือการปรับสมดุลไม่ถูกต้องอาจทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น
6. พิจารณาน้ำหนักและการพกพา
กิมบอลที่มีมอเตอร์แข็งแรงมักมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ผู้ที่เดินทางบ่อยควรพิจารณารุ่นพับได้และมีน้ำหนักเบา ส่วนงานมืออาชีพอาจให้ความสำคัญกับความแข็งแรงและความสามารถในการรองรับอุปกรณ์มากกว่า
7. ตรวจสอบการเชื่อมต่อและแอปพลิเคชัน
ตรวจสอบความเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการ รุ่นโทรศัพท์ และฟังก์ชันของกล้อง เพราะโทรศัพท์บางรุ่นอาจไม่รองรับความละเอียด อัตราเฟรม เลนส์ หรือระบบติดตามบางอย่างเมื่อบันทึกผ่านแอปของกิมบอล
8. เลือกอุปกรณ์เสริมที่จำเป็น
อุปกรณ์เสริมที่มีประโยชน์ ได้แก่ ขาตั้งขนาดเล็ก ไมโครโฟนไร้สาย ไฟ LED ด้ามจับเสริม กระเป๋า และแผ่นยึดแบบปลดเร็ว แต่ไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น ควรเลือกตามลักษณะงานจริง
วิธีใช้งานกิมบอลเบื้องต้น
- ชาร์จแบตเตอรี่กิมบอลและอุปกรณ์บันทึกภาพให้พร้อม
- ติดตั้งโทรศัพท์หรือกล้องในตำแหน่งที่ผู้ผลิตกำหนด
- ปรับสมดุลของอุปกรณ์ก่อนเปิดกิมบอล โดยให้กล้องไม่เอนไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป
- เปิดเครื่องและรอให้ระบบตรวจสอบตำแหน่งของมอเตอร์
- เชื่อมต่อแอปพลิเคชันหรือ Bluetooth หากต้องการใช้ปุ่มบันทึกและระบบติดตามวัตถุ
- เลือกโหมดให้เหมาะกับลักษณะการถ่ายทำ
- ถือด้ามจับด้วยท่าทางที่มั่นคง งอเข่าเล็กน้อย และเดินอย่างนุ่มนวล
- ตรวจสอบภาพตัวอย่างก่อนเริ่มถ่ายงานจริง
เทคนิคถ่ายวิดีโอด้วยกิมบอลให้นิ่ง
เดินแบบ Ninja Walk
งอเข่าเล็กน้อย ก้าวเท้าอย่างนุ่มนวล และพยายามรักษาระดับลำตัวไม่ให้เด้งขึ้นลงมากเกินไป กิมบอลช่วยลดการหมุนได้ดี แต่การกระแทกในแนวตั้งจากการเดินยังอาจปรากฏในวิดีโอ
จับกิมบอลด้วยสองมือ
หากต้องเคลื่อนที่เป็นเวลานานหรือใช้กล้องที่มีน้ำหนักมาก การจับด้วยสองมือจะช่วยกระจายน้ำหนัก ลดความเมื่อยล้า และควบคุมทิศทางได้ละเอียดขึ้น
หลีกเลี่ยงการหมุนเร็วเกินไป
การแพนกล้องเร็วอาจทำให้ผู้ชมเวียนศีรษะและเกิด Motion Blur ควรเคลื่อนกล้องช้าและสม่ำเสมอ เว้นแต่ต้องการสร้างเอฟเฟกต์เฉพาะ
ใช้เลนส์มุมกว้าง
เลนส์มุมกว้างช่วยลดการมองเห็นแรงสั่นและเหมาะกับการเดินถ่ายภายในอาคาร อย่างไรก็ตาม ควรระวังความบิดเบี้ยวของวัตถุบริเวณขอบภาพ
วางแผนจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด
ก่อนกดบันทึกควรกำหนดว่ากล้องจะเริ่มจากจุดใด เคลื่อนไปทางไหน และหยุดที่วัตถุใด วิธีนี้ช่วยให้การเคลื่อนกล้องมีความหมายและลดการถ่ายซ้ำ
ข้อจำกัดของกล้องกิมบอล
- ไม่สามารถกำจัดแรงกระแทกจากการเดินหรือวิ่งได้ทั้งหมด
- ต้องใช้เวลาเรียนรู้โหมดและการควบคุม
- กิมบอลสำหรับกล้องอาจมีน้ำหนักมากเมื่อใช้งานต่อเนื่อง
- ต้องชาร์จแบตเตอรี่และดูแลระบบมอเตอร์
- ต้องปรับสมดุลใหม่เมื่อเปลี่ยนกล้องหรือเลนส์
- อาจใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเมื่อเจอลมแรง
- กิมบอลบางรุ่นไม่สามารถใช้งานกลางฝนหรือในน้ำได้
- ระบบติดตามวัตถุอาจสูญเสียเป้าหมายเมื่อมีสิ่งกีดขวาง
กล้องกิมบอลเหมาะกับใครบ้าง
กล้องกิมบอลเหมาะกับผู้ที่ถ่ายวิดีโอขณะเคลื่อนที่เป็นประจำ เช่น ผู้สร้างคอนเทนต์ นักท่องเที่ยว ช่างวิดีโอ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ พนักงานฝ่ายการตลาด โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจที่ต้องผลิตวิดีโอประชาสัมพันธ์ด้วยตนเอง
สำหรับผู้ที่ถ่ายวิดีโอจากขาตั้งเป็นหลัก หรือบันทึกภาพในตำแหน่งคงที่ กิมบอลอาจไม่ใช่อุปกรณ์ที่จำเป็นที่สุด แต่หากต้องเดินถ่าย ติดตามบุคคล หรือสร้างการเคลื่อนกล้องที่ราบรื่น กิมบอลจะช่วยเพิ่มคุณภาพงานได้อย่างชัดเจน
ผู้เริ่มต้นสามารถเริ่มจากกิมบอลสมาร์ตโฟนซึ่งใช้งานง่ายและมีค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก ส่วนผู้ผลิตวิดีโอที่ใช้กล้องเปลี่ยนเลนส์ควรเลือกกิมบอลที่รองรับน้ำหนักของชุดกล้องและมีระบบควบคุมที่เหมาะกับงานมืออาชีพ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกล้องกิมบอล
โทรศัพท์มีระบบกันสั่นอยู่แล้ว จำเป็นต้องใช้กิมบอลหรือไม่
ไม่จำเป็นสำหรับทุกสถานการณ์ ระบบกันสั่นในโทรศัพท์เพียงพอสำหรับการถือถ่ายทั่วไป แต่กิมบอลจะช่วยได้มากเมื่อเดินถ่าย ติดตามบุคคล แพนกล้อง หรือสร้างการเคลื่อนไหวแบบภาพยนตร์ โดยเฉพาะเมื่อต้องถ่ายวิดีโอต่อเนื่องเป็นเวลานาน
กิมบอล 2 แกนกับ 3 แกนแตกต่างกันอย่างไร
กิมบอล 2 แกนควบคุมการเคลื่อนไหวได้สองทิศทาง ส่วนกิมบอล 3 แกนควบคุม Pan, Tilt และ Roll จึงลดการเอียงและการหมุนได้ครบกว่า เหมาะกับการเดินถ่ายและงานที่ต้องการความนุ่มนวลสูง
ทำไมใช้กิมบอลแล้ววิดีโอยังเด้งขึ้นลง
กิมบอลลดการหมุนของกล้องได้ดี แต่ไม่สามารถกำจัดแรงกระแทกในแนวตั้งจากการก้าวเดินได้ทั้งหมด ควรงอเข่า เดินอย่างนุ่มนวล ใช้เลนส์มุมกว้าง และตรวจสอบว่าติดตั้งอุปกรณ์สมดุลถูกต้องหรือไม่

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น