Email รับส่งไม่ได้ แก้อย่างไร? รวมสาเหตุและวิธีแก้ไขแบบครบทุกขั้นตอน
โปรแกรม Outlook ขอ Password ซ้ำ หรือส่งอีเมลแล้วถูกตีกลับ ซึ่งต้นเหตุไม่ได้เกิดจากระบบ Email Server เพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับ Internet, Password, พื้นที่ Mailbox, โปรแกรม Email, การตั้งค่า SMTP/IMAP รวมถึง DNS ของ Domain
การแก้ไขที่ถูกต้องจึงควรเริ่มจากการแยกให้ออกก่อนว่า ปัญหาเกิดเฉพาะเครื่องของเรา หรือเกิดกับผู้ใช้งานทุกคนในองค์กร รวมถึงตรวจสอบว่าสามารถใช้งาน Email ผ่าน Webmail ได้หรือไม่ เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยลดขอบเขตการตรวจสอบและค้นหาสาเหตุได้รวดเร็วขึ้น
บทความนี้จะแนะนำวิธีตรวจสอบและแก้ไขปัญหา Email อย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่ระดับผู้ใช้งาน ไปจนถึงการตรวจสอบ Mail Server, DNS, MX Record, SPF, DKIM และ DMARC สำหรับผู้ดูแลระบบ
อาการของปัญหา Email รับส่งไม่ได้ที่พบบ่อย
ปัญหา Email สามารถพบได้หลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น
- ส่ง Email ไม่ออก
- รับ Email ใหม่ไม่ได้
- รับได้แต่ส่งไม่ได้
- ส่งได้แต่รับไม่ได้
- Email ค้างอยู่ใน Outbox
- Outlook แสดงสถานะ Disconnected หรือ Working Offline
- ระบบถาม Username หรือ Password ซ้ำ
- ส่งแล้วได้รับข้อความตีกลับ หรือ Bounce Message
- ผู้รับแจ้งว่าไม่ได้รับ Email
- Email ถูกส่งไปอยู่ใน Spam หรือ Junk Mail
- ใช้งาน Webmail ได้ แต่ Outlook ใช้งานไม่ได้
- ทุกคนในองค์กรรับส่ง Email ไม่ได้พร้อมกัน
1. ตรวจสอบ Internet ก่อนเป็นอันดับแรก
Email จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับ Mail Server ผ่าน Internet ดังนั้นหาก Internet มีปัญหา Email ก็อาจไม่สามารถรับหรือส่งได้
วิธีตรวจสอบเบื้องต้น
- เปิดเว็บไซต์ เช่น Google หรือเว็บไซต์อื่นเพื่อทดสอบ Internet
- ลองเปิดเว็บไซต์หลายเว็บไซต์เพื่อยืนยันว่า Internet ทำงานปกติ
- ทดสอบเปลี่ยนจาก Wi-Fi เป็น Mobile Hotspot
- Disconnect และ Connect Wi-Fi ใหม่
- Restart Router หากเป็นระบบ Internet ภายในบ้าน
หากเปลี่ยนไปใช้ Mobile Hotspot แล้ว Email สามารถใช้งานได้ อาจต้องตรวจสอบ Firewall, DNS หรือ Network ของ Internet เดิมเพิ่มเติม
2. ตรวจสอบว่าเป็นปัญหาเฉพาะเครื่องหรือทุกคน
ขั้นตอนนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะในบริษัทหรือองค์กร เพราะช่วยแยกได้ทันทีว่าปัญหาอยู่ที่เครื่องผู้ใช้งานหรือระบบส่วนกลาง
ลองสอบถามผู้ใช้งานคนอื่นว่า
- สามารถรับ Email ได้หรือไม่
- สามารถส่ง Email ได้หรือไม่
- สามารถเข้า Webmail ได้หรือไม่
หากมีปัญหาเพียงคนเดียว มีโอกาสสูงที่จะเกี่ยวข้องกับ Password, Outlook Profile, Mailbox หรือการตั้งค่าบนอุปกรณ์นั้น
แต่หากผู้ใช้งานหลายคนหรือทั้งองค์กรใช้งานไม่ได้พร้อมกัน ควรตรวจสอบ Mail Server, DNS, Domain, Firewall หรือผู้ให้บริการ Email
3. ทดลองเข้า Email ผ่าน Webmail
Webmail เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยแยกปัญหาได้เร็วที่สุด เพราะเป็นการเชื่อมต่อไปยังระบบ Email โดยตรงผ่าน Browser โดยไม่ผ่านโปรแกรม Outlook หรือ Mail App
ตัวอย่างเช่น
- Gmail ให้ทดลองเข้า Gmail ผ่าน Browser
- Microsoft 365 ให้ทดลองเข้า Outlook บนเว็บไซต์
- Email Hosting ให้ทดลองเข้า Webmail ของผู้ให้บริการ
หาก Webmail รับส่งได้ปกติ แต่ Outlook ใช้งานไม่ได้ แสดงว่าปัญหาน่าจะอยู่ที่ Outlook, Account Configuration, Password หรือไฟล์ Profile ของเครื่อง
แต่หาก Webmail ก็ไม่สามารถใช้งานได้เช่นกัน ควรตรวจสอบ Account หรือ Mail Server เพิ่มเติม
4. ตรวจสอบ Username และ Password
Password ไม่ถูกต้องหรือ Password ถูกเปลี่ยน เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะหลังจากองค์กรบังคับเปลี่ยน Password หรือผู้ใช้งานเปลี่ยน Password ผ่านระบบ Webmail
อาการที่มักพบ ได้แก่
- Outlook ถาม Password ซ้ำ
- ขึ้นข้อความ Authentication Failed
- Incorrect Username or Password
- Unable to authenticate
ให้ทดลอง Login ผ่าน Webmail ก่อน หากเข้าไม่ได้ ให้ Reset Password หรือติดต่อผู้ดูแลระบบ
5. ตรวจสอบพื้นที่ Mailbox เต็มหรือไม่
หาก Mailbox เต็ม ระบบอาจไม่สามารถรับ Email ใหม่ได้ และบางระบบอาจไม่อนุญาตให้ส่ง Email เพิ่มด้วย
วิธีแก้ไขเบื้องต้น ได้แก่
- ลบ Email ที่ไม่จำเป็น
- ลบ Email ที่มี Attachment ขนาดใหญ่
- ตรวจสอบโฟลเดอร์ Sent Items
- ตรวจสอบ Deleted Items หรือ Trash
- ตรวจสอบ Junk หรือ Spam
- Empty Trash หลังจากลบ Email
สำหรับระบบ Email ขององค์กร ผู้ดูแลระบบอาจสามารถเพิ่ม Mailbox Quota หรือพื้นที่จัดเก็บให้กับผู้ใช้งานได้
6. ตรวจสอบ Email ค้างอยู่ใน Outbox
หาก Email ส่งไม่ออกและค้างอยู่ใน Outbox ให้ตรวจสอบว่า Email นั้นมีไฟล์แนบขนาดใหญ่หรือไม่
Mail Server หลายระบบมีข้อจำกัดขนาดของ Email หากไฟล์แนบมีขนาดใหญ่เกินไป ระบบอาจไม่สามารถส่งได้
แนวทางแก้ไข
- ลบ Email ที่ค้างออกจาก Outbox
- ลดขนาดไฟล์แนบ
- บีบอัดไฟล์เป็น ZIP
- อัปโหลดไฟล์ไปยัง Cloud Storage แล้วส่ง Link แทน
เช่น Google Drive, OneDrive หรือระบบ File Sharing ขององค์กร จะเหมาะกว่าการส่ง Attachment ขนาดใหญ่มากผ่าน Email
7. ตรวจสอบ Outlook อยู่ในโหมด Work Offline หรือไม่
หากใช้งาน Microsoft Outlook แล้ว Email ไม่เข้า ให้ตรวจสอบบริเวณ Status Bar ว่าขึ้นข้อความ Working Offline, Disconnected หรือ Trying to Connect หรือไม่
หาก Outlook อยู่ในโหมด Work Offline ให้เปลี่ยนกลับไปเป็น Online แล้วทดลองกด Send/Receive อีกครั้ง
8. ปิดและเปิด Outlook ใหม่
บางครั้ง Outlook อาจมีปัญหาจาก Process ที่ค้าง หรือ Connection กับ Mail Server หลุดชั่วคราว
ให้ทดลองตามลำดับดังนี้
- ปิด Outlook
- ตรวจสอบใน Task Manager ว่า Outlook ปิดสนิทแล้ว
- เปิด Outlook ใหม่
- ทดสอบ Send/Receive
หากยังไม่หาย ให้ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์อีกครั้ง
9. ตรวจสอบ SMTP, IMAP หรือ POP3
สำหรับ Email ที่ตั้งค่าด้วย IMAP หรือ POP3 ควรตรวจสอบค่าของ Incoming Mail Server และ Outgoing Mail Server ให้ถูกต้อง
ส่วนประกอบสำคัญที่ต้องตรวจสอบ ได้แก่
- Incoming Mail Server
- Outgoing Mail Server หรือ SMTP
- Username
- Password
- Port
- SSL/TLS
- SMTP Authentication
ไม่ควรคาดเดาค่า Port หรือ Server เอง แต่ควรตรวจสอบจากผู้ให้บริการ Email ที่ใช้งานอยู่ เพราะแต่ละผู้ให้บริการอาจกำหนดค่าแตกต่างกัน
10. รับ Email ได้ แต่ส่ง Email ไม่ได้
หากรับ Email ได้ตามปกติแต่ส่งออกไม่ได้ สาเหตุมักเกี่ยวข้องกับ SMTP หรือ Outgoing Mail Server
ควรตรวจสอบ
- SMTP Server ถูกต้องหรือไม่
- SMTP Port ถูกต้องหรือไม่
- เปิด SMTP Authentication หรือไม่
- SSL/TLS ถูกต้องหรือไม่
- Password ถูกต้องหรือไม่
- Firewall บล็อกการเชื่อมต่อ SMTP หรือไม่
11. ส่ง Email ได้ แต่รับ Email ไม่ได้
หากส่งออกได้แต่ไม่มี Email ใหม่เข้ามา ให้ตรวจสอบ Mailbox และ Incoming Mail Server
สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่
- Mailbox เต็ม
- IMAP หรือ POP3 ตั้งค่าไม่ถูกต้อง
- Email ถูกย้ายไป Junk หรือ Spam
- มี Mail Rule ย้าย Email อัตโนมัติ
- MX Record ของ Domain มีปัญหา
- Mail Server ไม่ทำงาน
12. ตรวจสอบ Junk Mail และ Spam
บางครั้ง Email ไม่ได้หายไป แต่ถูกระบบกรองไปอยู่ใน Junk, Spam หรือ Quarantine
ควรตรวจสอบโฟลเดอร์
- Spam
- Junk Email
- Archive
- Trash
- Deleted Items
- Quarantine สำหรับ Email องค์กร
หากพบ Email ที่ต้องการอยู่ใน Spam ให้เลือก Not Spam หรือเพิ่มผู้ส่งเข้า Safe Sender ตามระบบ Email ที่ใช้งาน
13. ตรวจสอบ Email Rules และ Filters
ผู้ใช้งานบางคนอาจสร้าง Rule หรือ Filter ไว้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้ Email ถูกย้ายไปยัง Folder อื่นโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างเช่น
- Email จากลูกค้าถูกย้ายเข้า Folder Customer
- Email ภายในองค์กรถูก Archive อัตโนมัติ
- Email บาง Domain ถูกลบโดย Rule
ให้ตรวจสอบ Rules และ Filters ทั้งใน Outlook และบน Webmail
14. ตรวจสอบข้อความ Email ตีกลับ หรือ Bounce Message
หากส่ง Email แล้วมี Email ตีกลับ อย่าเพิ่งลบข้อความดังกล่าว เพราะ Bounce Message มักมีข้อมูลสำคัญที่ช่วยระบุปัญหาได้
ตัวอย่าง Error ที่พบได้ เช่น
- Mailbox Full
- User Unknown
- Recipient Address Rejected
- Message Size Exceeded
- Authentication Failed
- Access Denied
- Message Rejected as Spam
- Domain Not Found
หากเห็น Error Code เช่น 4xx หรือ 5xx ควรส่ง Error Message ทั้งหมดให้ฝ่าย IT ตรวจสอบ เพราะจะช่วยวิเคราะห์สาเหตุได้รวดเร็วกว่าการแจ้งเพียงว่า “ส่ง Email ไม่ได้”
15. สร้าง Outlook Profile ใหม่
หาก Webmail ใช้งานได้ปกติ แต่ Outlook มีปัญหาต่อเนื่อง อาจเกิดจาก Outlook Profile เสียหาย
วิธีหนึ่งที่สามารถช่วยแก้ไขได้คือ สร้าง Outlook Profile ใหม่ แล้วเพิ่ม Email Account ใหม่อีกครั้ง
ก่อนดำเนินการควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า Email ถูกจัดเก็บบน Server หรือมีการ Backup ข้อมูลที่จำเป็นแล้ว โดยเฉพาะ Account แบบ POP3 ที่อาจมี Email เก็บอยู่ภายในเครื่อง
16. ตรวจสอบวันที่และเวลาของคอมพิวเตอร์
วันที่และเวลาของเครื่องที่ผิดมากอาจทำให้เกิดปัญหากับ SSL/TLS Certificate และระบบ Authentication
แนะนำให้เปิดการตั้งค่า
- Set time automatically
- Set time zone automatically หรือเลือก Time Zone ให้ถูกต้อง
สำหรับประเทศไทยควรใช้ Time Zone ที่ตรงกับ UTC+07:00
17. ตรวจสอบ Firewall และ Antivirus
Firewall หรือ Antivirus บางตัวอาจบล็อกการเชื่อมต่อ Email หรือ SSL/TLS โดยเฉพาะระบบที่มี Email Scanning หรือ SSL Inspection
หากสงสัย ควรให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบ Log ของ Firewall แทนการปิด Firewall หรือ Antivirus ถาวร
การปิดระบบ Security ไม่ควรเป็นวิธีแก้ปัญหาถาวร เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงด้าน Cybersecurity
18. สำหรับ Email บริษัท ให้ตรวจสอบ Domain และ MX Record
หาก Email ของบริษัท เช่น user@company.com รับ Email จากภายนอกไม่ได้ทั้งองค์กร ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบ DNS โดยเฉพาะ MX Record
MX หรือ Mail Exchange Record มีหน้าที่ระบุว่า Email ที่ส่งมายัง Domain จะต้องถูกส่งไปยัง Mail Server ใด
ตัวอย่างปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
- MX Record ถูกลบ
- MX Record เปลี่ยนผิด Server
- DNS ถูกแก้ไขโดยไม่ตั้งใจ
- Domain หมดอายุ
- DNS Hosting มีปัญหา
19. ตรวจสอบ Domain หมดอายุหรือไม่
สำหรับ Email บริษัทที่ใช้ Domain ของตนเอง หาก Domain หมดอายุ อาจส่งผลกระทบทั้งเว็บไซต์และ Email
ฝ่าย IT ควรตรวจสอบวันหมดอายุของ Domain และควรเปิด Auto Renewal หากเป็น Domain สำคัญขององค์กร
20. ตรวจสอบ SPF, DKIM และ DMARC
หาก Email ส่งออกได้ แต่ผู้รับไม่เห็น Email หรือ Email ถูกส่งเข้า Spam บ่อย ควรตรวจสอบ Email Authentication ของ Domain
SPF
SPF หรือ Sender Policy Framework ใช้ระบุว่า Server ใดได้รับอนุญาตให้ส่ง Email ในนาม Domain
DKIM
DKIM หรือ DomainKeys Identified Mail ใช้ Digital Signature เพื่อช่วยยืนยันว่า Email มาจากระบบที่ได้รับอนุญาตและเนื้อหาไม่ได้ถูกแก้ไขระหว่างทาง
DMARC
DMARC ช่วยกำหนดนโยบายว่า Mail Server ปลายทาง ควรจัดการอย่างไรกับ Email ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ SPF หรือ DKIM
ทั้งสามระบบมีความสำคัญมากสำหรับ Email องค์กร เนื่องจากช่วยลดปัญหา Spoofing, Phishing และเพิ่มความน่าเชื่อถือของ Email ที่ส่งออกจาก Domain
21. ตรวจสอบว่า IP หรือ Domain ถูก Blocklist หรือไม่
หาก Email จากองค์กรถูกตีกลับหรือถูกส่งเข้า Spam จำนวนมาก อาจเกิดจาก IP Address ของ Mail Server หรือ Domain มีประวัติ Spam และถูกขึ้น Blocklist
กรณีนี้ควรให้ Email Administrator หรือผู้ให้บริการ Hosting ตรวจสอบ Reputation ของ Mail Server รวมถึงตรวจสอบว่า Account ภายในองค์กรถูก Hack และนำไปใช้ส่ง Spam หรือไม่
22. ตรวจสอบ Service Status ของผู้ให้บริการ
หากผู้ใช้งานจำนวนมากเกิดปัญหาพร้อมกัน แต่ Internet และ Network ภายในทำงานปกติ อาจเกิดจากระบบของผู้ให้บริการ Email
เช่น
- Microsoft 365
- Google Workspace
- Email Hosting Provider
- Cloud Mail Gateway
ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบ Service Health หรือ Status ของผู้ให้บริการก่อนเปลี่ยน Configuration ใด ๆ
23. กรณี Gmail รับส่งไม่ได้
หากเป็น Gmail หรือ Google Workspace ให้ตรวจสอบตามลำดับดังนี้
- ทดลอง Login Gmail ผ่าน Browser
- ตรวจสอบ Internet
- ตรวจสอบพื้นที่ Google Account
- ตรวจสอบ Spam
- ตรวจสอบ Filters
- ตรวจสอบ Blocked Addresses
- หากใช้โปรแกรม Email ให้ตรวจสอบ IMAP และ Authentication
- หากเป็น Google Workspace ให้ Administrator ตรวจสอบ Account และ Service
24. กรณี Microsoft Outlook หรือ Microsoft 365 รับส่งไม่ได้
แนะนำให้ตรวจสอบตามลำดับดังนี้
- ทดลองเปิด Outlook บนเว็บไซต์
- ตรวจสอบว่า Outlook Desktop ขึ้น Disconnected หรือไม่
- ตรวจสอบ Password
- Restart Outlook
- Restart Computer
- ตรวจสอบ Mailbox Quota
- Update Microsoft Office
- ตรวจสอบ Outlook Profile
- สร้าง Profile ใหม่หากจำเป็น
- ให้ Microsoft 365 Administrator ตรวจสอบ Service Health
25. ลำดับตรวจสอบ Email สำหรับฝ่าย IT
สำหรับ Helpdesk หรือ IT Support สามารถใช้ลำดับด้านล่างเพื่อวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
- Internet ใช้งานได้หรือไม่
- มีปัญหาคนเดียวหรือหลายคน
- Webmail Login ได้หรือไม่
- Webmail รับส่งได้หรือไม่
- Mailbox เต็มหรือไม่
- Password ถูกต้องหรือไม่
- Outlook Connected หรือไม่
- มี Email ค้าง Outbox หรือไม่
- ตรวจสอบ Bounce Message
- ตรวจสอบ Spam / Junk / Quarantine
- ตรวจสอบ Mail Rule
- ตรวจสอบ SMTP / IMAP หากใช้งาน
- ตรวจสอบ DNS และ MX Record
- ตรวจสอบ SPF / DKIM / DMARC
- ตรวจสอบ Mail Server และ Service Status
ตารางวิเคราะห์อาการ Email เบื้องต้น
| อาการ | สาเหตุที่ควรตรวจสอบ | แนวทางเบื้องต้น |
|---|---|---|
| รับและส่งไม่ได้ | Internet, Password, Server | ตรวจ Internet และทดสอบ Webmail |
| รับได้แต่ส่งไม่ได้ | SMTP, Authentication | ตรวจ Outgoing Server |
| ส่งได้แต่รับไม่ได้ | Mailbox, IMAP, MX | ตรวจพื้นที่และ Incoming Server |
| ถาม Password ซ้ำ | Password, Authentication | ทดสอบ Login ผ่าน Webmail |
| ส่งแล้วตีกลับ | Address, Spam, Server | อ่าน Bounce Message |
| Webmail ได้ แต่ Outlook ไม่ได้ | Outlook หรือ Profile | ตรวจ Outlook และสร้าง Profile ใหม่ |
| ทั้งองค์กรใช้งานไม่ได้ | Server, DNS, MX, Provider | ตรวจ Service และ DNS |
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย
ขณะตรวจสอบปัญหา Email ควรระวังเรื่อง Cybersecurity ด้วย โดยเฉพาะหากพบว่ามีการเปลี่ยน Password โดยไม่ทราบสาเหตุ มี Email ถูกส่งออกเอง หรือพบ Login จากสถานที่ผิดปกติ
ควรดำเนินการทันทีดังนี้
- เปลี่ยน Password
- ออกจากระบบทุก Session ที่ไม่รู้จัก
- เปิด Multi-Factor Authentication หรือ MFA
- ตรวจสอบ Email Forwarding
- ตรวจสอบ Rules ที่ถูกสร้างโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ Login Account
- แจ้งฝ่าย IT หรือ Security หากเป็น Account บริษัท
ไม่ควรส่ง Password ให้ฝ่าย IT ผ่าน Email, Chat หรือโปรแกรม Remote Support โดยไม่จำเป็น
สรุป Email รับส่งไม่ได้ควรเริ่มตรวจสอบจากอะไร
หากพบปัญหา Email รับส่งไม่ได้ ไม่ควรเริ่มต้นด้วยการลบ Account หรือ Install โปรแกรมใหม่ทันที แต่ควรตรวจสอบอย่างเป็นลำดับ เริ่มจาก Internet, Webmail, Password และพื้นที่ Mailbox ก่อนตรวจสอบ Outlook, SMTP, IMAP และ Mail Server
สำหรับ Email บริษัท หากหลายคนมีปัญหาพร้อมกัน ฝ่าย IT ควรตรวจสอบ DNS, MX Record, Domain, Mail Server และสถานะของผู้ให้บริการเพิ่มเติม ส่วนกรณีส่ง Email ได้แต่ถูกส่งเข้า Spam บ่อย ควรตรวจสอบ SPF, DKIM, DMARC และ Reputation ของ Domain หรือ Mail Server
การตรวจสอบอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยค้นหาต้นเหตุได้เร็วขึ้น ลด Downtime และหลีกเลี่ยงการแก้ไข Configuration ที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหา
FAQ คำถามที่พบบ่อย
1. Email รับไม่ได้ แต่ส่งออกได้ เกิดจากอะไร?
สาเหตุที่พบบ่อยคือ Mailbox เต็ม, Incoming Mail Server หรือ IMAP มีปัญหา, Email ถูกย้ายเข้า Spam หรือ Folder อื่น รวมถึง MX Record ของ Domain ผิดพลาด แนะนำให้เริ่มจากตรวจ Webmail และพื้นที่ Mailbox ก่อน
2. Outlook รับส่ง Email ไม่ได้ แต่ Webmail ใช้งานได้ ต้องแก้อย่างไร?
กรณี Webmail ใช้งานได้แสดงว่า Account และ Mail Server มีแนวโน้มทำงานปกติ ควรตรวจสอบ Outlook ว่าอยู่ในโหมด Offline หรือไม่ ตรวจ Password, Account Settings และ Outlook Profile หากยังไม่หายอาจสร้าง Profile ใหม่ แล้วเพิ่ม Email Account อีกครั้ง
3. Email บริษัทรับไม่ได้ทั้งองค์กร ควรตรวจสอบอะไรเป็นอันดับแรก?
ให้ตรวจสอบสถานะ Mail Server และผู้ให้บริการก่อน จากนั้นตรวจสอบ Domain, DNS และ MX Record หากเพิ่งมีการเปลี่ยน DNS หรือย้าย Hosting ควรตรวจสอบว่า MX Record ชี้ไปยัง Mail Server ที่ถูกต้อง รวมถึงตรวจสอบว่า Domain ยังไม่หมดอายุ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น