⚡ NEWS

วิธีบล็อกอีเมล Spam และ Phishing ใน Gmail พร้อมวิธีรายงานอีเมลอันตราย

Block Spam-Phishing

อีเมล Spam และ Phishing เป็นหนึ่งในภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ผู้ใช้งาน Gmail พบได้บ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอีเมลโฆษณาที่ไม่ได้สมัครรับ อีเมลแจ้งว่าถูกรางวัล ข้อความปลอมจากธนาคาร

บริษัทขนส่ง หรือแม้แต่อีเมลที่แอบอ้างเป็นผู้บริหารเพื่อขอให้โอนเงินหรือเปิดไฟล์แนบ แม้ Gmail จะมีระบบตรวจจับ Spam และอีเมลอันตรายอัตโนมัติ แต่ผู้ใช้ยังควรรู้วิธีตรวจสอบ บล็อก และรายงานอีเมลที่น่าสงสัยอย่างถูกต้อง เพราะการกดลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์เพียงครั้งเดียวอาจนำไปสู่การขโมยรหัสผ่าน การติดมัลแวร์ หรือข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลได้ 

บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ความแตกต่างระหว่าง Spam และ Phishing วิธี Block ผู้ส่ง วิธี Report Spam และ Report Phishing ตลอดจนสัญญาณเตือนที่ควรสังเกตและแนวทางป้องกันบัญชี Gmail ให้ปลอดภัยมากขึ้น เหมาะสำหรับทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและองค์กรที่ต้องการลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางอีเมล

Spam และ Phishing คืออะไร?

ก่อนจะบล็อกหรือรายงานอีเมล สิ่งสำคัญคือควรแยกให้ออกว่าอีเมลที่ได้รับเป็น Spam ธรรมดาหรือเป็น Phishing เพราะระดับความเสี่ยงและวัตถุประสงค์แตกต่างกัน

Spam คืออะไร?

Spam คืออีเมลที่ผู้รับไม่ได้ร้องขอและมักถูกส่งจำนวนมาก เช่น โฆษณาสินค้า โปรโมชั่น เว็บไซต์พนัน หรือข้อความประชาสัมพันธ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้รับ

Spam บางประเภทอาจเป็นเพียงความรำคาญ แต่บางฉบับอาจมีลิงก์หรือไฟล์อันตรายแฝงอยู่ด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรมองว่า Spam ทุกฉบับปลอดภัย

Phishing คืออะไร?

Phishing คือการหลอกลวงผ่านอีเมลโดยพยายามทำให้ผู้รับเชื่อว่าอีเมลมาจากองค์กรหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือ เช่น Google, ธนาคาร, บริษัทขนส่ง, บริษัทบัตรเครดิต หรือฝ่าย IT ขององค์กร

เป้าหมายของ Phishing มักเป็นการหลอกให้ผู้ใช้ทำบางอย่าง เช่น

  • กรอก Username และ Password
  • เปิดเว็บไซต์ Login ปลอม
  • เปิดไฟล์แนบที่มี Malware
  • กรอกข้อมูลบัตรเครดิต
  • เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  • โอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพ
  • ดาวน์โหลดโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันอันตราย

Spam กับ Phishing ต่างกันอย่างไร?

หัวข้อ Spam Phishing
วัตถุประสงค์ โฆษณาหรือส่งข้อความจำนวนมาก ขโมยข้อมูลหรือหลอกให้ดำเนินการ
ระดับความเสี่ยง ต่ำถึงสูง สูง
สิ่งที่ควรทำ Report Spam หรือ Block Report Phishing และห้ามเปิดลิงก์

วิธีบล็อกอีเมลใน Gmail

Block Spam

หากได้รับอีเมลจากผู้ส่งรายเดิมซ้ำๆ และไม่ต้องการรับอีก สามารถใช้ฟังก์ชัน Block ของ Gmail ได้

วิธี Block ผู้ส่งบน Gmail ผ่านคอมพิวเตอร์

  1. เปิด Gmail
  2. เปิดอีเมลจากผู้ส่งที่ต้องการบล็อก
  3. มองบริเวณด้านขวาของข้อความใกล้ปุ่ม Reply
  4. คลิกเมนู More หรือสัญลักษณ์จุดสามจุด
  5. เลือก Block "ชื่อผู้ส่ง"
  6. ยืนยันการ Block

หลังจากบล็อกแล้ว อีเมลในอนาคตจากผู้ส่งดังกล่าวจะถูกส่งไปยังโฟลเดอร์ Spam โดยอัตโนมัติ

วิธียกเลิกการ Block

หากบล็อกผิดคน สามารถเปิดข้อความจากผู้ส่งนั้น แล้วเลือกเมนู More จากนั้นเลือก Unblock ได้

Block กับ Report Spam ไม่เหมือนกัน

หลายคนเข้าใจว่า Block และ Report Spam คือสิ่งเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วมีหน้าที่แตกต่างกัน

Block เหมาะสำหรับกรณีที่ไม่ต้องการรับข้อความจากผู้ส่งรายหนึ่งอีกต่อไป ในขณะที่ Report Spam เป็นการแจ้ง Gmail ว่าข้อความดังกล่าวเป็น Spam เพื่อช่วยให้ระบบตรวจจับข้อความลักษณะเดียวกันได้ดีขึ้น

หากเป็น Spam ชัดเจน แนะนำให้ใช้ Report Spam มากกว่าการลบอีเมลธรรมดา

วิธี Report Spam ใน Gmail

เมื่อพบอีเมลโฆษณา อีเมลส่งจำนวนมาก หรือข้อความที่ไม่ได้ร้องขอ สามารถรายงานเป็น Spam ได้ทันที

วิธีรายงาน Spam บนคอมพิวเตอร์

  1. เปิด Gmail
  2. เลือกอีเมลที่ต้องการรายงาน
  3. คลิกไอคอน Report spam บริเวณแถบเครื่องมือด้านบน
  4. Gmail จะย้ายข้อความไปยัง Spam

หากมี Spam หลายฉบับ สามารถเลือกหลายข้อความพร้อมกันแล้วกด Report Spam ได้เช่นกัน

วิธี Report Phishing ใน Gmail

หากอีเมลมีลักษณะพยายามขโมยข้อมูล หลอกให้ Login หรือหลอกให้โอนเงิน ควรรายงานเป็น Phishing แทน Spam

วิธี Report Phishing ผ่าน Gmail บนคอมพิวเตอร์

  1. เปิด Gmail
  2. เปิดอีเมลต้องสงสัย
  3. อย่าคลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์แนบ
  4. บริเวณข้างปุ่ม Reply ให้คลิก More หรือจุดสามจุด
  5. เลือก Report phishing
  6. ยืนยันการรายงาน

การรายงานลักษณะนี้ช่วยส่งข้อมูลให้ระบบของ Gmail ใช้ตรวจสอบและปรับปรุงระบบป้องกันข้อความอันตรายต่อไป

สัญญาณที่บอกว่าอีเมลอาจเป็น Phishing

Phishing ในปัจจุบันมีความแนบเนียนมากขึ้น บางครั้งใช้โลโก้ สี และรูปแบบอีเมลเหมือนกับบริษัทจริงแทบทุกอย่าง จึงควรตรวจสอบหลายจุดก่อนเชื่อข้อความ

1. ชื่อผู้ส่งถูกต้อง แต่อีเมลผิดปกติ

มิจฉาชีพสามารถตั้งชื่อผู้ส่งว่า Google, Microsoft, Facebook หรือชื่อผู้บริหารบริษัทได้ แต่ควรดู Email Address จริงด้วย

ตัวอย่างเช่น ชื่อผู้ส่งอาจแสดงว่า

Google Security

แต่ Email Address จริงอาจเป็น

google-security@example-mail123.com

ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Google

2. เร่งให้ดำเนินการทันที

ข้อความ Phishing มักสร้างความกลัวหรือความเร่งด่วน เช่น

  • บัญชีของคุณจะถูกปิดภายใน 24 ชั่วโมง
  • ตรวจพบการเข้าสู่ระบบผิดปกติ
  • คุณต้องยืนยันบัญชีทันที
  • พัสดุของคุณไม่สามารถจัดส่งได้
  • บัตรเครดิตของคุณถูกระงับ

เป้าหมายคือทำให้ผู้รับรีบคลิกลิงก์โดยไม่มีเวลาตรวจสอบ

3. ลิงก์ไม่ตรงกับเว็บไซต์จริง

หากใช้ Gmail บนคอมพิวเตอร์ สามารถนำเมาส์วางเหนือ Link โดย ไม่ต้องคลิก แล้วตรวจสอบ URL ที่ปรากฏขึ้น

หากข้อความบอกว่าเป็นเว็บไซต์ธนาคาร แต่ URL กลับเป็นเว็บไซต์อื่น ควรถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย

4. ขอ Username หรือ Password

ควรระมัดระวังอย่างมากหากอีเมลขอให้ Login ผ่านลิงก์ที่แนบมา โดยเฉพาะบัญชี Google, Microsoft 365, Facebook, Online Banking หรือระบบของบริษัท

5. มีไฟล์แนบที่ไม่ได้ร้องขอ

ไฟล์แนบอาจใช้ในการแพร่ Malware หรือ Ransomware โดยเฉพาะไฟล์ที่ผู้รับไม่ได้คาดว่าจะได้รับ

หากไม่มั่นใจ ควรติดต่อผู้ส่งผ่านช่องทางอื่นเพื่อยืนยันก่อนเปิดไฟล์

ถ้า Gmail แสดงคำเตือนว่าอีเมลน่าสงสัยควรทำอย่างไร?

Gmail มีระบบตรวจจับข้อความที่อาจเป็น Scam หรือ Phishing และอาจแสดงคำเตือนภายในอีเมล หากพบคำเตือนดังกล่าว สิ่งที่ควรทำคือ

  • อย่าตอบกลับข้อความ
  • อย่าคลิกลิงก์
  • อย่าเปิดไฟล์แนบ
  • ตรวจสอบ Email Address ของผู้ส่ง
  • รายงานข้อความผ่านตัวเลือกที่ Gmail แสดง

วิธีตรวจสอบ Link โดยไม่ต้องคลิก

หนึ่งในวิธีลดความเสี่ยงจาก Phishing ที่ง่ายที่สุดคืออย่ารีบคลิกลิงก์ในอีเมล

บนคอมพิวเตอร์ให้นำ Mouse ไปวางบน Link แล้วดู URL ที่แสดงบริเวณด้านล่างของ Browser

ตัวอย่าง หากข้อความเขียนว่า

Login Google Account

แต่ URL ที่แสดงเป็นเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก ควรหลีกเลี่ยงทันที

หากต้องการเข้าเว็บไซต์ธนาคาร Google หรือบริการสำคัญ แนะนำให้เปิด Browser ใหม่และพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ด้วยตัวเอง แทนการกดลิงก์จากอีเมล

ถ้าเผลอกด Link Phishing ไปแล้วต้องทำอย่างไร?

หากเพียงเปิดหน้าเว็บไซต์แต่ยังไม่ได้กรอกข้อมูล ความเสี่ยงอาจต่ำกว่ากรณีที่กรอก Password หรือดาวน์โหลดไฟล์ แต่ควรปิดเว็บไซต์ทันทีและตรวจสอบอุปกรณ์

หากกรอก Password ไปแล้ว ควรดำเนินการโดยเร็ว ดังนี้

  1. เปลี่ยน Password ของบัญชีทันที
  2. หากใช้ Password เดียวกันกับบริการอื่น ให้เปลี่ยนบริการเหล่านั้นด้วย
  3. ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ Login เข้าบัญชี Google
  4. ออกจากระบบอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก
  5. เปิดใช้งาน 2-Step Verification
  6. ตรวจสอบ Recovery Email และหมายเลขโทรศัพท์
  7. ตรวจสอบแอปหรือบริการภายนอกที่เข้าถึง Google Account
  8. สแกน Malware บนอุปกรณ์ หากมีการดาวน์โหลดไฟล์

เปิด 2-Step Verification ช่วยป้องกัน Gmail ได้อย่างไร?

การเปิด 2-Step Verification หรือ 2FA เป็นมาตรการสำคัญสำหรับบัญชี Gmail เพราะแม้ผู้โจมตีจะได้ Password ไป ก็ยังต้องผ่านการยืนยันตัวตนเพิ่มเติมก่อน Login ได้

สำหรับบัญชีสำคัญควรเลือกวิธียืนยันตัวตนที่มีความปลอดภัยสูง เช่น Google Prompt, Passkey หรือ Security Key แทนการพึ่งพา Password เพียงอย่างเดียว

Spam จาก Newsletter ควร Block หรือ Unsubscribe?

หากเป็น Newsletter จากบริษัทหรือเว็บไซต์ที่รู้จักและเคยสมัครไว้ แต่ไม่ต้องการรับอีก ควรใช้ Unsubscribe มากกว่าการ Block

แต่หากเป็นอีเมลจากผู้ส่งที่ไม่รู้จักและมีพฤติกรรมน่าสงสัย ไม่ควรคลิกลิงก์ Unsubscribe ภายในข้อความ เพราะบางครั้งลิงก์ดังกล่าวอาจใช้ตรวจสอบว่า Email Address ของเหยื่อยังใช้งานอยู่ หรืออาจนำไปยังเว็บไซต์อันตราย

องค์กรควรป้องกัน Phishing อย่างไร?

สำหรับองค์กร โดยเฉพาะบริษัทที่มีพนักงานจำนวนมาก การพึ่งพาระบบกรอง Spam เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะการโจมตีจำนวนมากใช้วิธี Social Engineering เพื่อหลอกพนักงานโดยตรง

องค์กรควรมีมาตรการเพิ่มเติม เช่น

  • อบรม Cyber Security Awareness ให้พนักงาน
  • จัดอบรมการตรวจจับ Phishing เป็นระยะ
  • กำหนดให้ใช้ Multi-Factor Authentication
  • ตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC สำหรับ Domain ขององค์กร
  • มีขั้นตอนยืนยันก่อนเปลี่ยนบัญชีธนาคารของ Supplier
  • ห้ามอนุมัติการโอนเงินจากคำสั่งใน Email เพียงช่องทางเดียว
  • กำหนดช่องทาง Report Phishing ภายในบริษัท
  • ตรวจสอบ Login และเหตุการณ์ผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ

Business Email Compromise อันตรายอย่างไร?

หนึ่งใน Phishing ที่องค์กรควรระวังคือ Business Email Compromise หรือ BEC ซึ่งผู้โจมตีอาจปลอมตัวเป็น CEO, ผู้บริหาร, Supplier หรือฝ่ายบัญชี แล้วส่งคำสั่งให้พนักงานโอนเงิน เปลี่ยนบัญชีธนาคาร หรือส่งข้อมูลสำคัญ

ตัวอย่างเช่น ผู้โจมตีอาจส่งข้อความว่า

“ผมอยู่ระหว่างประชุม กรุณาโอนเงินตาม Invoice นี้ด่วน และไม่ต้องโทรกลับ”

แม้ชื่อผู้ส่งจะดูเหมือนผู้บริหารจริง แต่ควรตรวจสอบ Email Address และยืนยันคำสั่งผ่านโทรศัพท์หรือช่องทางอื่นทุกครั้ง โดยเฉพาะธุรกรรมทางการเงิน

ข้อควรจำเมื่อพบอีเมลน่าสงสัย

  • Spam → ใช้ Report Spam
  • ผู้ส่งที่ไม่ต้องการรับอีก → ใช้ Block
  • พยายามขโมย Password หรือข้อมูล → ใช้ Report Phishing
  • Newsletter ที่เชื่อถือได้ → ใช้ Unsubscribe
  • ไม่แน่ใจว่า Link ปลอดภัยหรือไม่ → อย่าคลิก
  • คำสั่งโอนเงินผิดปกติ → ยืนยันกับบุคคลนั้นผ่านช่องทางอื่น
  • เผลอกรอก Password → เปลี่ยน Password และตรวจสอบบัญชีทันที

สรุป

การบล็อกและรายงาน Spam หรือ Phishing ใน Gmail เป็นขั้นตอนง่ายๆ แต่ช่วยลดความเสี่ยงจากการโจรกรรมข้อมูลและภัยไซเบอร์ได้อย่างมาก ผู้ใช้ควรรู้จักแยก Spam ออกจาก Phishing ตรวจสอบผู้ส่งและ Link ก่อนคลิก รวมถึงเปิด 2-Step Verification เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้บัญชี

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Block อีเมลใน Gmail แล้วผู้ส่งจะรู้หรือไม่?

โดยทั่วไป Gmail จะไม่ส่งข้อความไปแจ้งผู้ส่งว่าคุณได้ Block เขา หลังจากบล็อกแล้ว อีเมลในอนาคตจากผู้ส่งรายนั้นจะถูกนำไปยัง Spam

Report Spam กับ Report Phishing ต่างกันอย่างไร?

Report Spam เหมาะกับอีเมลที่ไม่ต้องการหรือข้อความที่ถูกส่งจำนวนมาก ส่วน Report Phishing ใช้เมื่ออีเมลมีลักษณะหลอกขโมย Password ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน หรือพยายามพาผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ปลอม

ถ้าเผลอกดลิงก์ Phishing และกรอก Password แล้วควรทำอย่างไร?

ควรเปลี่ยน Password ทันที ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ Login อยู่ ออกจากระบบอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก เปิด 2-Step Verification และตรวจสอบว่ามีการเปลี่ยนข้อมูล Recovery หรือให้สิทธิ์แอปพลิเคชันที่ไม่รู้จักหรือไม่



ความคิดเห็น

The Most/Recent Articles

เจาะลึกไอที เทคโนโลยีแบบเข้าใจง่าย

แนะนำทิปส์ใช้งานจริง ครอบคลุมคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีเอไอ อัพเดทล่าสุด !! Free Online Tools (ย้ายไปเว็บน้องใหม่ www.toolszaa.com)

Slider

วิธีบล็อกอีเมล Spam และ Phishing ใน Gmail พร้อมวิธีรายงานอีเมลอันตราย

Block Spam-Phishing

อีเมล Spam และ Phishing เป็นหนึ่งในภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ผู้ใช้งาน Gmail พบได้บ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอีเมลโฆษณาที่ไม่ได้สมัครรับ อีเมลแจ้งว่าถูกรางวัล ข้อความปลอมจากธนาคาร

บริษัทขนส่ง หรือแม้แต่อีเมลที่แอบอ้างเป็นผู้บริหารเพื่อขอให้โอนเงินหรือเปิดไฟล์แนบ แม้ Gmail จะมีระบบตรวจจับ Spam และอีเมลอันตรายอัตโนมัติ แต่ผู้ใช้ยังควรรู้วิธีตรวจสอบ บล็อก และรายงานอีเมลที่น่าสงสัยอย่างถูกต้อง เพราะการกดลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์เพียงครั้งเดียวอาจนำไปสู่การขโมยรหัสผ่าน การติดมัลแวร์ หรือข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลได้ 

บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ความแตกต่างระหว่าง Spam และ Phishing วิธี Block ผู้ส่ง วิธี Report Spam และ Report Phishing ตลอดจนสัญญาณเตือนที่ควรสังเกตและแนวทางป้องกันบัญชี Gmail ให้ปลอดภัยมากขึ้น เหมาะสำหรับทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและองค์กรที่ต้องการลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางอีเมล

Spam และ Phishing คืออะไร?

ก่อนจะบล็อกหรือรายงานอีเมล สิ่งสำคัญคือควรแยกให้ออกว่าอีเมลที่ได้รับเป็น Spam ธรรมดาหรือเป็น Phishing เพราะระดับความเสี่ยงและวัตถุประสงค์แตกต่างกัน

Spam คืออะไร?

Spam คืออีเมลที่ผู้รับไม่ได้ร้องขอและมักถูกส่งจำนวนมาก เช่น โฆษณาสินค้า โปรโมชั่น เว็บไซต์พนัน หรือข้อความประชาสัมพันธ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้รับ

Spam บางประเภทอาจเป็นเพียงความรำคาญ แต่บางฉบับอาจมีลิงก์หรือไฟล์อันตรายแฝงอยู่ด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรมองว่า Spam ทุกฉบับปลอดภัย

Phishing คืออะไร?

Phishing คือการหลอกลวงผ่านอีเมลโดยพยายามทำให้ผู้รับเชื่อว่าอีเมลมาจากองค์กรหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือ เช่น Google, ธนาคาร, บริษัทขนส่ง, บริษัทบัตรเครดิต หรือฝ่าย IT ขององค์กร

เป้าหมายของ Phishing มักเป็นการหลอกให้ผู้ใช้ทำบางอย่าง เช่น

  • กรอก Username และ Password
  • เปิดเว็บไซต์ Login ปลอม
  • เปิดไฟล์แนบที่มี Malware
  • กรอกข้อมูลบัตรเครดิต
  • เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  • โอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพ
  • ดาวน์โหลดโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันอันตราย

Spam กับ Phishing ต่างกันอย่างไร?

หัวข้อ Spam Phishing
วัตถุประสงค์ โฆษณาหรือส่งข้อความจำนวนมาก ขโมยข้อมูลหรือหลอกให้ดำเนินการ
ระดับความเสี่ยง ต่ำถึงสูง สูง
สิ่งที่ควรทำ Report Spam หรือ Block Report Phishing และห้ามเปิดลิงก์

วิธีบล็อกอีเมลใน Gmail

Block Spam

หากได้รับอีเมลจากผู้ส่งรายเดิมซ้ำๆ และไม่ต้องการรับอีก สามารถใช้ฟังก์ชัน Block ของ Gmail ได้

วิธี Block ผู้ส่งบน Gmail ผ่านคอมพิวเตอร์

  1. เปิด Gmail
  2. เปิดอีเมลจากผู้ส่งที่ต้องการบล็อก
  3. มองบริเวณด้านขวาของข้อความใกล้ปุ่ม Reply
  4. คลิกเมนู More หรือสัญลักษณ์จุดสามจุด
  5. เลือก Block "ชื่อผู้ส่ง"
  6. ยืนยันการ Block

หลังจากบล็อกแล้ว อีเมลในอนาคตจากผู้ส่งดังกล่าวจะถูกส่งไปยังโฟลเดอร์ Spam โดยอัตโนมัติ

วิธียกเลิกการ Block

หากบล็อกผิดคน สามารถเปิดข้อความจากผู้ส่งนั้น แล้วเลือกเมนู More จากนั้นเลือก Unblock ได้

Block กับ Report Spam ไม่เหมือนกัน

หลายคนเข้าใจว่า Block และ Report Spam คือสิ่งเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วมีหน้าที่แตกต่างกัน

Block เหมาะสำหรับกรณีที่ไม่ต้องการรับข้อความจากผู้ส่งรายหนึ่งอีกต่อไป ในขณะที่ Report Spam เป็นการแจ้ง Gmail ว่าข้อความดังกล่าวเป็น Spam เพื่อช่วยให้ระบบตรวจจับข้อความลักษณะเดียวกันได้ดีขึ้น

หากเป็น Spam ชัดเจน แนะนำให้ใช้ Report Spam มากกว่าการลบอีเมลธรรมดา

วิธี Report Spam ใน Gmail

เมื่อพบอีเมลโฆษณา อีเมลส่งจำนวนมาก หรือข้อความที่ไม่ได้ร้องขอ สามารถรายงานเป็น Spam ได้ทันที

วิธีรายงาน Spam บนคอมพิวเตอร์

  1. เปิด Gmail
  2. เลือกอีเมลที่ต้องการรายงาน
  3. คลิกไอคอน Report spam บริเวณแถบเครื่องมือด้านบน
  4. Gmail จะย้ายข้อความไปยัง Spam

หากมี Spam หลายฉบับ สามารถเลือกหลายข้อความพร้อมกันแล้วกด Report Spam ได้เช่นกัน

วิธี Report Phishing ใน Gmail

หากอีเมลมีลักษณะพยายามขโมยข้อมูล หลอกให้ Login หรือหลอกให้โอนเงิน ควรรายงานเป็น Phishing แทน Spam

วิธี Report Phishing ผ่าน Gmail บนคอมพิวเตอร์

  1. เปิด Gmail
  2. เปิดอีเมลต้องสงสัย
  3. อย่าคลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์แนบ
  4. บริเวณข้างปุ่ม Reply ให้คลิก More หรือจุดสามจุด
  5. เลือก Report phishing
  6. ยืนยันการรายงาน

การรายงานลักษณะนี้ช่วยส่งข้อมูลให้ระบบของ Gmail ใช้ตรวจสอบและปรับปรุงระบบป้องกันข้อความอันตรายต่อไป

สัญญาณที่บอกว่าอีเมลอาจเป็น Phishing

Phishing ในปัจจุบันมีความแนบเนียนมากขึ้น บางครั้งใช้โลโก้ สี และรูปแบบอีเมลเหมือนกับบริษัทจริงแทบทุกอย่าง จึงควรตรวจสอบหลายจุดก่อนเชื่อข้อความ

1. ชื่อผู้ส่งถูกต้อง แต่อีเมลผิดปกติ

มิจฉาชีพสามารถตั้งชื่อผู้ส่งว่า Google, Microsoft, Facebook หรือชื่อผู้บริหารบริษัทได้ แต่ควรดู Email Address จริงด้วย

ตัวอย่างเช่น ชื่อผู้ส่งอาจแสดงว่า

Google Security

แต่ Email Address จริงอาจเป็น

google-security@example-mail123.com

ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Google

2. เร่งให้ดำเนินการทันที

ข้อความ Phishing มักสร้างความกลัวหรือความเร่งด่วน เช่น

  • บัญชีของคุณจะถูกปิดภายใน 24 ชั่วโมง
  • ตรวจพบการเข้าสู่ระบบผิดปกติ
  • คุณต้องยืนยันบัญชีทันที
  • พัสดุของคุณไม่สามารถจัดส่งได้
  • บัตรเครดิตของคุณถูกระงับ

เป้าหมายคือทำให้ผู้รับรีบคลิกลิงก์โดยไม่มีเวลาตรวจสอบ

3. ลิงก์ไม่ตรงกับเว็บไซต์จริง

หากใช้ Gmail บนคอมพิวเตอร์ สามารถนำเมาส์วางเหนือ Link โดย ไม่ต้องคลิก แล้วตรวจสอบ URL ที่ปรากฏขึ้น

หากข้อความบอกว่าเป็นเว็บไซต์ธนาคาร แต่ URL กลับเป็นเว็บไซต์อื่น ควรถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย

4. ขอ Username หรือ Password

ควรระมัดระวังอย่างมากหากอีเมลขอให้ Login ผ่านลิงก์ที่แนบมา โดยเฉพาะบัญชี Google, Microsoft 365, Facebook, Online Banking หรือระบบของบริษัท

5. มีไฟล์แนบที่ไม่ได้ร้องขอ

ไฟล์แนบอาจใช้ในการแพร่ Malware หรือ Ransomware โดยเฉพาะไฟล์ที่ผู้รับไม่ได้คาดว่าจะได้รับ

หากไม่มั่นใจ ควรติดต่อผู้ส่งผ่านช่องทางอื่นเพื่อยืนยันก่อนเปิดไฟล์

ถ้า Gmail แสดงคำเตือนว่าอีเมลน่าสงสัยควรทำอย่างไร?

Gmail มีระบบตรวจจับข้อความที่อาจเป็น Scam หรือ Phishing และอาจแสดงคำเตือนภายในอีเมล หากพบคำเตือนดังกล่าว สิ่งที่ควรทำคือ

  • อย่าตอบกลับข้อความ
  • อย่าคลิกลิงก์
  • อย่าเปิดไฟล์แนบ
  • ตรวจสอบ Email Address ของผู้ส่ง
  • รายงานข้อความผ่านตัวเลือกที่ Gmail แสดง

วิธีตรวจสอบ Link โดยไม่ต้องคลิก

หนึ่งในวิธีลดความเสี่ยงจาก Phishing ที่ง่ายที่สุดคืออย่ารีบคลิกลิงก์ในอีเมล

บนคอมพิวเตอร์ให้นำ Mouse ไปวางบน Link แล้วดู URL ที่แสดงบริเวณด้านล่างของ Browser

ตัวอย่าง หากข้อความเขียนว่า

Login Google Account

แต่ URL ที่แสดงเป็นเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก ควรหลีกเลี่ยงทันที

หากต้องการเข้าเว็บไซต์ธนาคาร Google หรือบริการสำคัญ แนะนำให้เปิด Browser ใหม่และพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ด้วยตัวเอง แทนการกดลิงก์จากอีเมล

ถ้าเผลอกด Link Phishing ไปแล้วต้องทำอย่างไร?

หากเพียงเปิดหน้าเว็บไซต์แต่ยังไม่ได้กรอกข้อมูล ความเสี่ยงอาจต่ำกว่ากรณีที่กรอก Password หรือดาวน์โหลดไฟล์ แต่ควรปิดเว็บไซต์ทันทีและตรวจสอบอุปกรณ์

หากกรอก Password ไปแล้ว ควรดำเนินการโดยเร็ว ดังนี้

  1. เปลี่ยน Password ของบัญชีทันที
  2. หากใช้ Password เดียวกันกับบริการอื่น ให้เปลี่ยนบริการเหล่านั้นด้วย
  3. ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ Login เข้าบัญชี Google
  4. ออกจากระบบอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก
  5. เปิดใช้งาน 2-Step Verification
  6. ตรวจสอบ Recovery Email และหมายเลขโทรศัพท์
  7. ตรวจสอบแอปหรือบริการภายนอกที่เข้าถึง Google Account
  8. สแกน Malware บนอุปกรณ์ หากมีการดาวน์โหลดไฟล์

เปิด 2-Step Verification ช่วยป้องกัน Gmail ได้อย่างไร?

การเปิด 2-Step Verification หรือ 2FA เป็นมาตรการสำคัญสำหรับบัญชี Gmail เพราะแม้ผู้โจมตีจะได้ Password ไป ก็ยังต้องผ่านการยืนยันตัวตนเพิ่มเติมก่อน Login ได้

สำหรับบัญชีสำคัญควรเลือกวิธียืนยันตัวตนที่มีความปลอดภัยสูง เช่น Google Prompt, Passkey หรือ Security Key แทนการพึ่งพา Password เพียงอย่างเดียว

Spam จาก Newsletter ควร Block หรือ Unsubscribe?

หากเป็น Newsletter จากบริษัทหรือเว็บไซต์ที่รู้จักและเคยสมัครไว้ แต่ไม่ต้องการรับอีก ควรใช้ Unsubscribe มากกว่าการ Block

แต่หากเป็นอีเมลจากผู้ส่งที่ไม่รู้จักและมีพฤติกรรมน่าสงสัย ไม่ควรคลิกลิงก์ Unsubscribe ภายในข้อความ เพราะบางครั้งลิงก์ดังกล่าวอาจใช้ตรวจสอบว่า Email Address ของเหยื่อยังใช้งานอยู่ หรืออาจนำไปยังเว็บไซต์อันตราย

องค์กรควรป้องกัน Phishing อย่างไร?

สำหรับองค์กร โดยเฉพาะบริษัทที่มีพนักงานจำนวนมาก การพึ่งพาระบบกรอง Spam เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะการโจมตีจำนวนมากใช้วิธี Social Engineering เพื่อหลอกพนักงานโดยตรง

องค์กรควรมีมาตรการเพิ่มเติม เช่น

  • อบรม Cyber Security Awareness ให้พนักงาน
  • จัดอบรมการตรวจจับ Phishing เป็นระยะ
  • กำหนดให้ใช้ Multi-Factor Authentication
  • ตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC สำหรับ Domain ขององค์กร
  • มีขั้นตอนยืนยันก่อนเปลี่ยนบัญชีธนาคารของ Supplier
  • ห้ามอนุมัติการโอนเงินจากคำสั่งใน Email เพียงช่องทางเดียว
  • กำหนดช่องทาง Report Phishing ภายในบริษัท
  • ตรวจสอบ Login และเหตุการณ์ผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ

Business Email Compromise อันตรายอย่างไร?

หนึ่งใน Phishing ที่องค์กรควรระวังคือ Business Email Compromise หรือ BEC ซึ่งผู้โจมตีอาจปลอมตัวเป็น CEO, ผู้บริหาร, Supplier หรือฝ่ายบัญชี แล้วส่งคำสั่งให้พนักงานโอนเงิน เปลี่ยนบัญชีธนาคาร หรือส่งข้อมูลสำคัญ

ตัวอย่างเช่น ผู้โจมตีอาจส่งข้อความว่า

“ผมอยู่ระหว่างประชุม กรุณาโอนเงินตาม Invoice นี้ด่วน และไม่ต้องโทรกลับ”

แม้ชื่อผู้ส่งจะดูเหมือนผู้บริหารจริง แต่ควรตรวจสอบ Email Address และยืนยันคำสั่งผ่านโทรศัพท์หรือช่องทางอื่นทุกครั้ง โดยเฉพาะธุรกรรมทางการเงิน

ข้อควรจำเมื่อพบอีเมลน่าสงสัย

  • Spam → ใช้ Report Spam
  • ผู้ส่งที่ไม่ต้องการรับอีก → ใช้ Block
  • พยายามขโมย Password หรือข้อมูล → ใช้ Report Phishing
  • Newsletter ที่เชื่อถือได้ → ใช้ Unsubscribe
  • ไม่แน่ใจว่า Link ปลอดภัยหรือไม่ → อย่าคลิก
  • คำสั่งโอนเงินผิดปกติ → ยืนยันกับบุคคลนั้นผ่านช่องทางอื่น
  • เผลอกรอก Password → เปลี่ยน Password และตรวจสอบบัญชีทันที

สรุป

การบล็อกและรายงาน Spam หรือ Phishing ใน Gmail เป็นขั้นตอนง่ายๆ แต่ช่วยลดความเสี่ยงจากการโจรกรรมข้อมูลและภัยไซเบอร์ได้อย่างมาก ผู้ใช้ควรรู้จักแยก Spam ออกจาก Phishing ตรวจสอบผู้ส่งและ Link ก่อนคลิก รวมถึงเปิด 2-Step Verification เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้บัญชี

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Block อีเมลใน Gmail แล้วผู้ส่งจะรู้หรือไม่?

โดยทั่วไป Gmail จะไม่ส่งข้อความไปแจ้งผู้ส่งว่าคุณได้ Block เขา หลังจากบล็อกแล้ว อีเมลในอนาคตจากผู้ส่งรายนั้นจะถูกนำไปยัง Spam

Report Spam กับ Report Phishing ต่างกันอย่างไร?

Report Spam เหมาะกับอีเมลที่ไม่ต้องการหรือข้อความที่ถูกส่งจำนวนมาก ส่วน Report Phishing ใช้เมื่ออีเมลมีลักษณะหลอกขโมย Password ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน หรือพยายามพาผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ปลอม

ถ้าเผลอกดลิงก์ Phishing และกรอก Password แล้วควรทำอย่างไร?

ควรเปลี่ยน Password ทันที ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ Login อยู่ ออกจากระบบอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก เปิด 2-Step Verification และตรวจสอบว่ามีการเปลี่ยนข้อมูล Recovery หรือให้สิทธิ์แอปพลิเคชันที่ไม่รู้จักหรือไม่



ความคิดเห็น

Labels