วิธีใช้ Microsoft Teams บนมือถือ Android และ iPhone แบบละเอียด

Microsoft Teams เป็นเครื่องมือสื่อสารและทำงานร่วมกันที่ได้รับความนิยมในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการแชต ประชุมออนไลน์ โทรด้วยเสียงหรือวิดีโอ แชร์ไฟล์ และติดตามการทำงานของทีม
สำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้งาน Microsoft Teams บนมือถือ หน้าตาและตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างจาก Teams บนคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง แต่ฟังก์ชันหลักที่จำเป็นต่อการทำงานยังมีให้ใช้งานครบถ้วน ตั้งแต่การเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีองค์กร การอ่านข้อความและตอบแชต เข้าร่วม Meeting เปิดกล้องและไมโครโฟน แชร์หน้าจอ ไปจนถึงการจัดการการแจ้งเตือน บทความนี้จึงรวบรวม วิธีใช้ Microsoft Teams บนมือถือ Android และ iPhone แบบเป็นขั้นตอน เพื่อให้ทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและพนักงานในองค์กรสามารถนำไปใช้งานได้ทันที
Microsoft Teams บนมือถือทำอะไรได้บ้าง?
Microsoft Teams Mobile ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้งานสามารถติดต่อและทำงานร่วมกับทีม จากสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตได้ โดยความสามารถบางอย่างอาจขึ้นอยู่กับ Microsoft 365 License และนโยบายที่ผู้ดูแลระบบขององค์กรกำหนด
ฟังก์ชันหลักที่มักใช้งานบนมือถือ ได้แก่
- ส่งและรับข้อความผ่าน Chat
- แชตแบบส่วนตัวและแบบกลุ่ม
- ดู Teams และ Channels ขององค์กร
- เข้าร่วมการประชุมออนไลน์
- ประชุมด้วยเสียงและวิดีโอ
- เปิดหรือปิดกล้องและไมโครโฟนระหว่างประชุม
- แชร์หน้าจอโทรศัพท์ระหว่างประชุม
- ดูข้อความ Chat ระหว่างการประชุม
- รับและโทรหาเพื่อนร่วมงานผ่าน Teams
- เปิดดูและแชร์ไฟล์
- ตรวจสอบ Activity และการ Mention
- ตั้งค่าการแจ้งเตือน
- เปลี่ยนสถานะ Available, Busy หรือ Do Not Disturb
1. ดาวน์โหลด Microsoft Teams บน Android และ iPhone
สำหรับ Android
- เปิดแอป Google Play Store
- ค้นหาคำว่า Microsoft Teams
- ตรวจสอบว่าเป็นแอปจาก Microsoft Corporation
- แตะ Install
- รอจนติดตั้งเสร็จ แล้วแตะ Open
สำหรับ iPhone
- เปิด App Store
- ค้นหา Microsoft Teams
- แตะ Get
- ยืนยันด้วย Face ID, Touch ID หรือรหัสผ่าน Apple Account หากระบบร้องขอ
- เมื่อติดตั้งเสร็จ ให้เปิด Microsoft Teams
สำหรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ Microsoft แนะนำให้ใช้แอป Teams Mobile แทนการเปิด Teams ผ่านเว็บเบราว์เซอร์บนมือถือ เพื่อให้สามารถใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น การแจ้งเตือน การประชุม ไมโครโฟน และกล้องได้อย่างเหมาะสม
2. วิธีเข้าสู่ระบบ Microsoft Teams
หลังจากเปิดแอป Teams ให้ดำเนินการดังนี้
- แตะ Sign in
- กรอกอีเมล Microsoft 365 หรืออีเมลที่องค์กรจัดเตรียมให้
- แตะ Next
- กรอกรหัสผ่าน
- ดำเนินการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม หากองค์กรเปิดใช้งาน MFA
- อนุญาตสิทธิ์ต่าง ๆ ที่จำเป็น เช่น Notification, Microphone และ Camera
หากองค์กรใช้ Multi-Factor Authentication หรือ MFA ผู้ใช้งานอาจต้องอนุมัติการเข้าสู่ระบบผ่าน Microsoft Authenticator หรือวิธีการยืนยันตัวตนอื่นที่ผู้ดูแลระบบกำหนด
3. ทำความรู้จักเมนูหลักของ Teams บนมือถือ
เมนูที่ปรากฏอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันของแอป License และการตั้งค่าจากผู้ดูแลระบบ แต่โดยทั่วไปจะพบฟังก์ชันสำคัญดังนี้
| เมนู | หน้าที่ |
|---|---|
| Activity | ดูการแจ้งเตือน Mention การตอบกลับ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง |
| Chat | สนทนากับบุคคลหรือกลุ่ม |
| Teams / Channels | ดูทีม แผนก โครงการ และ Channel ต่าง ๆ |
| Calendar | ดูตารางประชุมและเข้าร่วม Meeting |
| Calls | โทรด้วยเสียงหรือวิดีโอผ่าน Teams หากองค์กรเปิดใช้งาน |
4. วิธีส่งข้อความ Chat ใน Microsoft Teams บนมือถือ
- เปิด Microsoft Teams
- เลือกเมนู Chat
- แตะปุ่มสำหรับสร้างข้อความหรือ Chat ใหม่
- ค้นหาชื่อหรืออีเมลของบุคคลที่ต้องการติดต่อ
- เลือกบุคคล
- พิมพ์ข้อความในช่องข้อความ
- แตะปุ่ม Send
นอกจากข้อความทั่วไปแล้ว Teams ยังรองรับ Emoji, GIF, Reaction รวมถึงการแนบรูปภาพและไฟล์ ทำให้การสื่อสารภายในทีมสะดวกกว่าการใช้อีเมล สำหรับข้อความสั้น ๆ ที่ต้องการการตอบกลับอย่างรวดเร็ว
5. วิธีสร้าง Group Chat
ถ้าต้องการพูดคุยกับพนักงานหลายคนโดยไม่จำเป็นต้องสร้าง Team ใหม่ สามารถใช้ Group Chat ได้
- เข้าเมนู Chat
- เลือกสร้าง Chat ใหม่
- เพิ่มชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งคน
- พิมพ์ข้อความ
- แตะ Send
Group Chat เหมาะสำหรับงานเฉพาะกิจ เช่น การประสานงาน Event, การแก้ไข Incident หรือการพูดคุยระหว่างทีมที่ไม่จำเป็นต้องสร้าง Channel ถาวร
6. วิธีใช้ Teams และ Channel บนมือถือ
สำหรับองค์กรที่แบ่งการทำงานเป็นแผนกหรือโครงการ Teams และ Channels เป็นส่วนสำคัญในการจัดหมวดหมู่การสื่อสาร
ตัวอย่าง เช่น
- Team: IT Department
- Channel: IT Support
- Channel: Cyber Security
- Channel: Hotel Pre-Opening
- Channel: IT Projects
เมื่อเข้า Channel ผู้ใช้งานสามารถอ่านประกาศ ตอบข้อความ ติดตามการสนทนา และเข้าถึงข้อมูลที่ทีมแชร์ไว้ได้ ทำให้ข้อมูลของแต่ละโครงการไม่กระจัดกระจายอยู่ใน Chat ส่วนตัวทั้งหมด
7. วิธีเข้าประชุม Microsoft Teams บนมือถือ
การเข้าประชุมเป็นหนึ่งในฟังก์ชันที่มีการใช้งานมากที่สุดของ Teams Mobile โดยสามารถเข้าผ่าน Calendar หรือ Link ที่ได้รับจากผู้จัดประชุม
เข้าประชุมจาก Calendar
- เปิด Teams
- เข้า Calendar
- เลือก Meeting ที่ต้องการ
- แตะ Join
- เลือกเปิดหรือปิดกล้อง
- ตรวจสอบไมโครโฟน
- แตะ Join now
เข้าประชุมจาก Link
- เปิดอีเมลหรือข้อความที่มี Teams Meeting Link
- แตะลิงก์ประชุม
- เลือกเปิดด้วย Microsoft Teams
- ตั้งค่ากล้องและไมโครโฟน
- แตะ Join now
ในบางกรณีผู้เข้าร่วมอาจต้องรออยู่ใน Lobby จนกว่า Organizer หรือผู้มีสิทธิ์จะอนุญาตให้เข้าสู่ห้องประชุม
8. สามารถเข้าประชุม Teams โดยไม่มีบัญชีได้หรือไม่?
สามารถทำได้ในกรณีที่นโยบายของ Meeting และองค์กรอนุญาตให้บุคคลภายนอก หรือผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้ลงชื่อเข้าใช้สามารถเข้าประชุมได้
วิธีทั่วไปคือ
- แตะ Meeting Link ที่ได้รับ
- เปิดผ่าน Microsoft Teams Mobile
- เลือกตัวเลือกสำหรับเข้าร่วมโดยไม่ลงชื่อเข้าใช้ หากมีให้เลือก
- กรอกชื่อที่ต้องการให้แสดง
- แตะ Join
- รอผู้จัดประชุมอนุมัติ หากมี Lobby
อย่างไรก็ตาม การอนุญาต Guest หรือ Anonymous User ขึ้นอยู่กับนโยบายความปลอดภัยที่องค์กรกำหนด
9. การเปิดและปิดไมโครโฟน
ระหว่างการประชุมจะมีไอคอนไมโครโฟนอยู่บริเวณแถบควบคุมการประชุม
- แตะ Microphone เพื่อเปิดเสียงพูด
- แตะอีกครั้งเพื่อ Mute
สำหรับการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ควรปิดไมโครโฟนเมื่อไม่ได้พูด เพื่อลดเสียงรบกวน เช่น เสียงโทรศัพท์ เสียงพูดคุยรอบข้าง หรือเสียงเครื่องปรับอากาศ
10. วิธีเปิดและปิดกล้อง
ระหว่าง Meeting สามารถแตะไอคอน Camera เพื่อเปิดหรือปิดกล้องได้
ก่อนเปิดกล้องควรตรวจสอบ
- แสงบริเวณใบหน้า
- ฉากหลัง
- ตำแหน่งกล้อง
- ความเร็ว Internet
- แบตเตอรี่ของโทรศัพท์
หาก Internet ไม่เสถียร การปิดกล้องอาจช่วยลดปริมาณข้อมูลที่ต้องรับส่ง และทำให้เสียงสนทนามีความต่อเนื่องมากขึ้น
11. วิธีสลับกล้องหน้าและกล้องหลัง
การใช้ Teams บนมือถือมีข้อดีคือสามารถใช้กล้องหลังของโทรศัพท์ เพื่อแสดงสถานที่ อุปกรณ์ หรือปัญหาหน้างานให้ผู้เข้าร่วมประชุมดูได้
ตัวอย่างเช่น เจ้าหน้าที่ IT ของโรงแรมสามารถเปิด Teams Meeting และเปลี่ยนเป็นกล้องหลังเพื่อให้ Vendor ตรวจสอบ Server Rack, Network Switch, Access Point หรืออุปกรณ์ที่มีปัญหาได้จากระยะไกล
12. วิธีแชร์หน้าจอมือถือผ่าน Microsoft Teams
Teams Mobile สามารถแชร์หน้าจอโทรศัพท์ให้ผู้เข้าร่วม Meeting คนอื่นดูได้ เหมาะสำหรับสาธิต Application ขั้นตอนการตั้งค่า หรือแสดงปัญหาที่เกิดขึ้นบนโทรศัพท์
ขั้นตอนโดยทั่วไปคือ
- เข้าร่วม Meeting
- เปิดเมนูควบคุมเพิ่มเติม
- เลือก Share
- เลือก Share screen
- ยืนยันการเริ่ม Broadcast หรือ Screen Sharing ตามระบบของโทรศัพท์
- เปิด Application ที่ต้องการนำเสนอ
ข้อควรระวัง: เมื่อแชร์หน้าจอ ข้อมูลหรือ Notification บางอย่างที่ปรากฏบนหน้าจอ อาจถูกผู้เข้าประชุมมองเห็นด้วย ดังนั้นควรปิด Notification และปิดข้อมูลที่เป็นความลับก่อนเริ่มแชร์
13. วิธีโทรด้วย Microsoft Teams
ผู้ใช้งานสามารถเริ่ม Audio Call หรือ Video Call จาก Chat ได้ หากบัญชีและนโยบายขององค์กรรองรับ
- เปิด Chat ของบุคคลที่ต้องการติดต่อ
- แตะไอคอนโทรศัพท์สำหรับ Audio Call
- หรือแตะไอคอนกล้องสำหรับ Video Call
เมื่อมีสาย Teams โทรเข้ามา โทรศัพท์จะแสดง Notification ให้เลือกตอบรับด้วยเสียง ตอบรับพร้อมวิดีโอ หรือปฏิเสธสายได้
14. วิธีส่งไฟล์และรูปภาพผ่าน Teams Mobile
Teams ช่วยให้สามารถส่งเอกสารและรูปภาพให้เพื่อนร่วมงานได้โดยตรงจากมือถือ
- เปิด Chat หรือ Channel
- แตะปุ่มแนบไฟล์หรือเครื่องหมาย + ตามที่แอปแสดง
- เลือกไฟล์หรือรูปภาพ
- ตรวจสอบไฟล์
- แตะ Send
สำหรับข้อมูลขององค์กร ควรหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดไฟล์สำคัญ ไปเก็บไว้บนอุปกรณ์ส่วนตัวโดยไม่มีมาตรการป้องกัน โดยเฉพาะข้อมูลลูกค้า ข้อมูลการเงิน และเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคล
15. วิธีดู Activity และ Mention
เมนู Activity ช่วยให้ตรวจสอบกิจกรรมสำคัญได้อย่างรวดเร็ว เช่น
- มีคน Mention ชื่อของเรา
- มีคนตอบข้อความ
- มี Reaction ต่อข้อความ
- กิจกรรมหรือ Notification ที่เกี่ยวข้องกับ Teams
สำหรับผู้ที่อยู่ใน Teams และ Channel จำนวนมาก การตรวจสอบ Activity จะช่วยลดโอกาสพลาดข้อความสำคัญ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดทุก Channel ทีละรายการ
16. วิธีตั้งค่าการแจ้งเตือน Microsoft Teams
หาก Teams แจ้งเตือนมากเกินไป ผู้ใช้งานสามารถปรับ Notification ให้เหมาะสมกับรูปแบบการทำงานได้
- เปิด Microsoft Teams
- แตะรูป Profile
- เลือก Notifications
- ปรับประเภทการแจ้งเตือนที่ต้องการ
โดยอาจปรับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับ
- Chat
- Mentions
- Meetings
- Calls
- Channels
- กิจกรรมอื่น ๆ
นอกจากนี้ Android และ iPhone ยังมีระบบ Notification ของตัวเอง ดังนั้นหาก Teams ไม่แจ้งเตือน ควรตรวจสอบว่าโทรศัพท์อนุญาต Notification ให้กับ Microsoft Teams แล้วด้วย
17. ตั้ง Quiet Time ลดการแจ้งเตือนนอกเวลางาน
สำหรับผู้ที่ใช้ Teams ในองค์กรและมีข้อความจำนวนมาก สามารถใช้ Quiet Time เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่ไม่ต้องการรับ Notification ได้
โดยทั่วไปสามารถเข้าได้จาก
Profile > Notifications > Block during quiet hours
จากนั้นกำหนดวันและช่วงเวลาที่ไม่ต้องการให้ Teams รบกวน เช่น หลัง 20:00 น. หรือวันหยุดสุดสัปดาห์
18. วิธีเปลี่ยนสถานะใน Microsoft Teams
Teams มีสถานะที่ช่วยให้เพื่อนร่วมงานทราบว่าเราพร้อมรับการติดต่อหรือไม่ เช่น
- Available – พร้อมใช้งาน
- Busy – ไม่สะดวก
- Do Not Disturb – ไม่ต้องการให้รบกวน
- Be Right Back – จะกลับมาเร็ว ๆ นี้
- Appear Away – แสดงว่าไม่อยู่
- Appear Offline – แสดงเป็น Offline
การตั้งสถานะให้เหมาะสมช่วยให้ทีมเลือกวิธีติดต่อได้ดีขึ้น เช่น หากเป็นเรื่องไม่เร่งด่วนอาจส่ง Chat ไว้แทนการโทรทันที
19. ใช้ Teams บนคอมพิวเตอร์และมือถือพร้อมกันได้หรือไม่?
สามารถใช้งานบัญชี Teams เดียวกันบนหลายอุปกรณ์ได้ และ Microsoft Teams ยังรองรับการย้าย Meeting จากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์หนึ่งในสถานการณ์ที่รองรับ
ตัวอย่างเช่น เริ่มประชุมบน Notebook แล้วจำเป็นต้องเดินออกจากห้อง สามารถเปิด Teams บนโทรศัพท์และเลือกเข้าร่วมจากอุปกรณ์มือถือ โดย Teams อาจแสดงตัวเลือกสำหรับเพิ่มมือถือเป็นอุปกรณ์อีกเครื่อง หรือย้ายการประชุมมายังมือถือ
หากเพิ่มมือถือเป็นอุปกรณ์ที่สอง ระบบอาจปิดเสียง Speaker และ Microphone บนอุปกรณ์นั้นเพื่อช่วยป้องกันเสียง Echo
20. แนะนำการตั้งค่า Teams สำหรับการใช้งานในองค์กร
สำหรับโทรศัพท์ที่ใช้ Microsoft Teams เพื่อทำงาน ควรตั้งค่าความปลอดภัยเพิ่มเติม โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่สามารถเข้าถึง Chat เอกสาร และข้อมูลภายในองค์กร
- ตั้ง PIN หรือ Password สำหรับปลดล็อกเครื่อง
- เปิด Fingerprint หรือ Face ID
- เปิด MFA สำหรับบัญชี Microsoft 365
- อย่าแชร์ Account กับผู้อื่น
- หลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะที่ไม่ปลอดภัย
- อัปเดต Android หรือ iOS อย่างสม่ำเสมอ
- อัปเดต Microsoft Teams ให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบัน
- ไม่ Root หรือ Jailbreak โทรศัพท์ที่ใช้เข้าถึงข้อมูลบริษัท
- ระวังการแชร์หน้าจอที่อาจเปิดเผยข้อมูลสำคัญ
- แจ้งฝ่าย IT ทันทีหากโทรศัพท์ที่ใช้ Teams สูญหาย
21. Teams บน Android กับ iPhone ต่างกันมากหรือไม่?
ฟังก์ชันหลักของ Microsoft Teams บน Android และ iPhone มีลักษณะการใช้งานใกล้เคียงกันมาก เช่น Chat, Meeting, Camera, Microphone, Calls และ Notifications แต่รายละเอียดของหน้าจอหรือขั้นตอนในการอนุญาต Permission อาจแตกต่างกันตามระบบปฏิบัติการและเวอร์ชันของโทรศัพท์
| คุณสมบัติ | Android | iPhone |
|---|---|---|
| Chat | รองรับ | รองรับ |
| Video Meeting | รองรับ | รองรับ |
| Audio Call | รองรับ | รองรับ |
| Screen Sharing | รองรับ | รองรับ |
| Notifications | รองรับ | รองรับ |
| Biometric Security | Fingerprint/Face ตามอุปกรณ์ | Face ID/Touch ID ตามรุ่น |
22. ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อใช้ Microsoft Teams บนมือถือ
Teams ไม่แจ้งเตือน
ตรวจสอบทั้งสองส่วน ได้แก่
- Notification Settings ภายใน Teams
- Notification Permission ของ Android หรือ iPhone
รวมถึงตรวจสอบว่าโทรศัพท์ไม่ได้เปิด Do Not Disturb, Focus Mode หรือโหมดประหยัดพลังงานที่จำกัดการทำงานของ Teams
ไม่มีเสียงในการประชุม
- ตรวจสอบ Volume
- ตรวจสอบ Bluetooth
- ตรวจสอบว่าเสียงออกไปยังหูฟังหรืออุปกรณ์อื่นหรือไม่
- ออกจาก Meeting และเข้าร่วมใหม่
ไมโครโฟนใช้ไม่ได้
ตรวจสอบว่า Android หรือ iOS อนุญาตให้ Teams เข้าถึง Microphone แล้วหรือไม่
กล้องไม่ทำงาน
ตรวจสอบ Camera Permission และทดลองปิด Application อื่นที่กำลังใช้งานกล้องอยู่
ประชุมแล้วภาพหรือเสียงกระตุก
- เปลี่ยนไปใช้ Wi-Fi ที่เสถียรกว่า
- เข้าใกล้ Access Point
- ทดลองใช้ 4G/5G หากเครือข่ายมือถือมีคุณภาพดีกว่า
- ปิด Video ชั่วคราวเพื่อลด Bandwidth
- ปิด Application ที่ใช้ Internet จำนวนมาก
23. เคล็ดลับใช้ Teams บนมือถือให้มีประสิทธิภาพ
-
ใช้หูฟังระหว่างประชุม
ช่วยลดเสียงสะท้อนและเสียงรบกวน โดยเฉพาะเมื่อประชุมจากพื้นที่สาธารณะ -
Mute เมื่อไม่ได้พูด
ลดเสียงรบกวนและทำให้การประชุมเป็นมืออาชีพมากขึ้น -
ปิดกล้องเมื่อ Internet ไม่เสถียร
ช่วยลด Bandwidth และทำให้เสียงมีโอกาสต่อเนื่องมากขึ้น -
ตั้ง Quiet Time
ลด Notification นอกเวลาทำงาน -
ใช้ Mention เท่าที่จำเป็น
เช่น @ชื่อ หรือการ Mention กลุ่ม เพื่อไม่สร้าง Notification มากเกินไป -
ตรวจสอบกล้องและไมโครโฟนก่อนประชุม
ช่วยลดปัญหาเมื่อถึงเวลา Meeting จริง -
ชาร์จแบตเตอรี่ก่อนประชุม
Video Conference สามารถใช้พลังงานค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการประชุมเป็นเวลานาน
24. Microsoft Teams Mobile เหมาะกับใคร?
Teams บนมือถือเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องทำงานนอกโต๊ะทำงาน เช่น
- ผู้บริหาร
- ฝ่ายขาย
- พนักงานโรงแรม
- เจ้าหน้าที่ IT Support
- Engineer
- พนักงาน Operation
- พนักงานที่ทำงานหลายสาขา
- พนักงาน Remote Work
- ทีม Project Management
ตัวอย่างในธุรกิจโรงแรม เช่น IT Manager สามารถใช้ Teams Mobile รับแจ้ง Incident จาก Front Office แล้วเปิด Video Call เพื่อดูปัญหาที่หน้างาน หรือเชิญ Vendor เข้าร่วมเพื่อช่วย Troubleshoot โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ทุกคนเปิด Notebook ก่อน
สรุป
Microsoft Teams บน Android และ iPhone ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานร่วมกับทีม ได้จากแทบทุกที่ ตั้งแต่ส่งข้อความ อ่าน Channel เข้าประชุม เปิดกล้องและไมโครโฟน โทรผ่าน Teams แชร์หน้าจอ ไปจนถึงรับการแจ้งเตือนจากองค์กร
สำหรับการใช้งานในองค์กร ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยควบคู่กัน เช่น เปิด MFA ตั้งรหัสล็อกเครื่อง อัปเดต Application และระมัดระวังข้อมูลที่ปรากฏเมื่อแชร์หน้าจอ เมื่อตั้งค่าอย่างเหมาะสม Teams Mobile จะเป็นเครื่องมือสำคัญ สำหรับทั้งพนักงาน Office, Remote Worker และทีม Operation ที่ต้องการติดต่อและทำงานร่วมกันอย่างรวดเร็ว
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Microsoft Teams บนมือถือ
1. Microsoft Teams บนมือถือใช้งานฟรีหรือไม่?
Microsoft มีบริการ Teams สำหรับการใช้งานในหลายรูปแบบ แต่ความสามารถสำหรับบัญชีองค์กรขึ้นอยู่กับ Microsoft 365 License และนโยบายที่องค์กรกำหนด ฟังก์ชันบางรายการจึงอาจแตกต่างกันระหว่างผู้ใช้งาน
2. ไม่มีบัญชี Microsoft Teams สามารถเข้าประชุมบนมือถือได้หรือไม่?
ในการประชุมที่ผู้จัดและนโยบายขององค์กรอนุญาต บุคคลภายนอกสามารถเข้าร่วมจาก Meeting Link ได้โดยอาจไม่จำเป็นต้องมีบัญชี Teams แต่บางองค์กรอาจกำหนดให้ลงชื่อเข้าใช้หรือรอการอนุมัติใน Lobby ก่อนเข้าประชุม
3. Microsoft Teams บนมือถือแชร์หน้าจอได้หรือไม่?
ได้ Teams Mobile รองรับการแชร์หน้าจอระหว่าง Meeting เหมาะสำหรับสาธิต Application หรือแสดงขั้นตอนจากโทรศัพท์ อย่างไรก็ตามควรปิด Notification และข้อมูลส่วนตัวก่อนแชร์หน้าจอ เพื่อป้องกันข้อมูลที่ไม่ต้องการเปิดเผยปรากฏต่อผู้เข้าร่วมประชุม
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น