วิธีกู้คืนไฟล์ที่ลบใน Google Drive พร้อมข้อควรรู้ก่อนถังขยะถูกล้าง
Google Drive เป็นบริการจัดเก็บไฟล์บนระบบคลาวด์ที่หลายคนใช้เก็บ เอกสาร รูปภาพ วิดีโอ ไฟล์งาน และข้อมูลสำคัญ แต่บางครั้งเราอาจลบไฟล์ผิด ลบโฟลเดอร์โดยไม่ตั้งใจ
บทความนี้จะแนะนำวิธีกู้คืนไฟล์ Google Drive ทั้งบนคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ Android, iPhone และ iPad รวมถึงวิธีตรวจสอบไฟล์ที่หาไม่พบ การกู้คืนไฟล์ของบัญชี Google Workspace และข้อควรรู้สำคัญก่อนกดล้างถังขยะ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญเสียข้อมูลสำคัญโดยไม่ตั้งใจ
เมื่อเราลบไฟล์ใน Google Drive เกิดอะไรขึ้น
เมื่อผู้ใช้ลบไฟล์หรือโฟลเดอร์ออกจาก Google Drive ระบบจะยังไม่ลบข้อมูลนั้นออกอย่างถาวรทันที แต่จะย้ายรายการดังกล่าวไปเก็บไว้ในส่วน ถังขยะ หรือ Trash ก่อน โดยไฟล์จะอยู่ในถังขยะเป็นเวลา 30 วัน หลังวันถูกลบ
ในระหว่างที่ไฟล์ยังอยู่ในถังขยะ ผู้ใช้สามารถเปิดดูรายการ ตรวจสอบวันที่ลบ และกู้คืนไฟล์กลับไปยัง Google Drive ได้ แต่เมื่อครบกำหนด 30 วัน ระบบจะลบไฟล์ออกจากถังขยะโดยอัตโนมัติและถือว่าเป็นการลบถาวร
นอกจากนี้ หากผู้ใช้เลือกคำสั่ง ลบถาวร สำหรับไฟล์ใดไฟล์หนึ่ง หรือเลือก ล้างถังขยะ ไฟล์ก็อาจถูกนำออกจากถังขยะก่อนครบกำหนด 30 วันได้เช่นกัน
วิธีกู้คืนไฟล์จากถังขยะ Google Drive บนคอมพิวเตอร์
การกู้คืนไฟล์ผ่านเว็บเบราว์เซอร์เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด โดยเฉพาะเมื่อต้องค้นหาไฟล์จำนวนมาก ตรวจสอบวันที่ลบ หรือกู้คืนหลายรายการพร้อมกัน
- เปิดเว็บไซต์ Google Drive และลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ที่ใช้เก็บไฟล์
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นบัญชีที่ถูกต้อง โดยดูจากรูปโปรไฟล์บริเวณมุมขวาบน
- คลิกเมนู ถังขยะ หรือ Trash ทางด้านซ้าย
- ค้นหาไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการกู้คืน
- คลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์
- เลือกคำสั่ง กู้คืน หรือ Restore
หลังจากกู้คืนแล้ว ไฟล์จะถูกนำกลับไปยังตำแหน่งเดิมก่อนถูกลบ หากโฟลเดอร์ต้นทางยังคงอยู่ ผู้ใช้สามารถกลับไปตรวจสอบไฟล์จากโฟลเดอร์เดิมได้ทันที
ในกรณีที่ไม่ทราบว่าไฟล์ถูกลบเมื่อใด สามารถจัดเรียงรายการในถังขยะตามวันที่นำไปทิ้งหรือ Trashed date เพื่อช่วยให้ค้นหาไฟล์ล่าสุดได้ง่ายขึ้น
วิธีกู้คืนไฟล์หลายรายการพร้อมกัน
หากลบไฟล์ผิดหลายรายการ ไม่จำเป็นต้องกู้คืนทีละไฟล์ สามารถเลือกไฟล์หลายรายการแล้วกู้คืนพร้อมกันได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
- เข้าสู่ส่วนถังขยะของ Google Drive
- กดปุ่ม Ctrl บน Windows หรือ Command บน Mac ค้างไว้
- คลิกเลือกไฟล์ที่ต้องการกู้คืนทีละรายการ
- คลิกขวาบนไฟล์ที่เลือก
- เลือกคำสั่ง กู้คืน
หากต้องการเลือกไฟล์ต่อเนื่องเป็นช่วง สามารถคลิกไฟล์แรก กดปุ่ม Shift ค้างไว้ แล้วคลิกไฟล์สุดท้าย ระบบจะเลือกรายการทั้งหมดที่อยู่ระหว่างไฟล์ทั้งสองให้โดยอัตโนมัติ
วิธีกู้คืนไฟล์ Google Drive บนโทรศัพท์ Android
ผู้ใช้ Android สามารถกู้คืนไฟล์ผ่านแอป Google Drive ได้โดยตรง ดังนี้
- เปิดแอป Google Drive
- แตะไอคอนเมนูสามขีดบริเวณมุมซ้ายบน
- เลือกเมนู ถังขยะ
- ค้นหาไฟล์ที่ต้องการนำกลับคืน
- แตะไอคอนจุดสามจุดที่อยู่ข้างชื่อไฟล์
- เลือกคำสั่ง กู้คืน
หากมีบัญชี Google หลายบัญชีอยู่ในโทรศัพท์ ควรตรวจสอบบัญชีที่กำลังใช้งานก่อน เพราะไฟล์ในถังขยะของแต่ละบัญชีจะแยกออกจากกัน
วิธีกู้คืนไฟล์บน iPhone และ iPad
ขั้นตอนบน iPhone และ iPad มีลักษณะใกล้เคียงกับ Android ดังนี้
- เปิดแอป Google Drive บน iPhone หรือ iPad
- แตะเมนูสามขีด
- เลือก ถังขยะ หรือ Trash
- แตะไอคอนจุดสามจุดข้างไฟล์ที่ต้องการ
- เลือก กู้คืน หรือ Restore
หลังจากกู้คืนไฟล์แล้ว ควรกลับไปตรวจสอบในส่วนไฟล์หรือโฟลเดอร์เดิม หากยังหาไม่พบ ให้ลองค้นหาจากชื่อไฟล์หรือชนิดของไฟล์อีกครั้ง
หาไฟล์ไม่พบ ไม่ได้หมายความว่าไฟล์ถูกลบเสมอไป
ก่อนสรุปว่าไฟล์ถูกลบ ควรตรวจสอบสาเหตุอื่นที่ทำให้ไฟล์ดูเหมือนหายไป เนื่องจากไฟล์อาจถูกย้าย เปลี่ยนชื่อ หรืออยู่ในบัญชี Google อื่น
1. ตรวจสอบบัญชี Google ที่ลงชื่อเข้าใช้
ผู้ใช้จำนวนมากมีบัญชี Google มากกว่าหนึ่งบัญชี เช่น บัญชีส่วนตัว บัญชีบริษัท และบัญชีสำหรับเว็บไซต์ หากเปิด Google Drive ผิดบัญชี ก็จะไม่พบไฟล์ที่ต้องการ
2. ใช้ช่องค้นหาใน Google Drive
ลองพิมพ์ชื่อไฟล์ คำบางส่วนในชื่อไฟล์ นามสกุลไฟล์ หรือชื่อบุคคลที่เป็นเจ้าของไฟล์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ตัวกรองเพื่อค้นหาตามประเภทไฟล์ ผู้สร้าง วันที่แก้ไข และตำแหน่งจัดเก็บได้
3. ตรวจสอบกิจกรรมล่าสุด
บน Google Drive เวอร์ชันคอมพิวเตอร์ ให้เปิด ไดรฟ์ของฉัน จากนั้นคลิกไอคอนข้อมูลและเลือกส่วนกิจกรรม ระบบจะแสดงประวัติการย้าย เปลี่ยนชื่อ แก้ไข หรือลบไฟล์บางรายการ ช่วยให้ทราบว่าไฟล์ถูกจัดการเมื่อใด
4. ตรวจสอบไฟล์ที่แชร์กับฉัน
ไฟล์ที่ผู้ใช้อื่นแชร์มาอาจไม่ได้อยู่ในไดรฟ์ของฉันโดยตรง ให้ตรวจสอบเมนู แชร์กับฉัน หรือค้นหาจากชื่อเจ้าของไฟล์
5. ตรวจสอบโฟลเดอร์ที่ไม่มีการจัดระเบียบ
ในบางกรณี โฟลเดอร์หลักอาจถูกลบหรือผู้ใช้สูญเสียสิทธิ์เข้าถึง แต่ตัวไฟล์อาจยังคงอยู่ในบัญชี การใช้ช่องค้นหาตามชื่อหรือประเภทไฟล์จึงอาจช่วยค้นพบข้อมูลดังกล่าวได้
ข้อควรรู้ก่อนล้างถังขยะ Google Drive
การล้างถังขยะช่วยคืนพื้นที่จัดเก็บ แต่เป็นขั้นตอนที่ควรทำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากไฟล์ทั้งหมดในถังขยะจะถูกลบออกและไม่สามารถกู้คืนด้วยวิธีปกติได้
ไฟล์ในถังขยะจะถูกลบอัตโนมัติภายใน 30 วัน
Google Drive จะเก็บไฟล์ในถังขยะไว้ 30 วัน หลังจากนั้นไฟล์จะถูกลบถาวรโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้จึงไม่จำเป็นต้องล้างถังขยะทุกครั้ง ยกเว้นเมื่อต้องการคืนพื้นที่จัดเก็บทันที
การกดล้างถังขยะมีผลกับไฟล์ทั้งหมด
คำสั่งล้างถังขยะจะลบรายการทั้งหมดที่อยู่ภายใน ไม่ใช่เฉพาะไฟล์ที่เลือก ดังนั้นควรตรวจสอบชื่อไฟล์ วันที่ลบ และเจ้าของไฟล์อย่างละเอียดก่อนยืนยัน
ควรดาวน์โหลดไฟล์สำคัญก่อนลบถาวร
หากไม่แน่ใจว่าไฟล์ใดจำเป็นในอนาคต ควรกู้คืนและดาวน์โหลดสำเนาไปเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ External SSD, NAS หรือระบบสำรองข้อมูลอื่นก่อนล้างถังขยะ
ไฟล์ในถังขยะยังใช้พื้นที่จัดเก็บ
การย้ายไฟล์ไปถังขยะเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่ทำให้พื้นที่ Google Drive เพิ่มขึ้นทันที เพราะไฟล์ยังคงนับรวมกับพื้นที่บัญชีจนกว่าจะถูกลบถาวร
การลบไฟล์ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของอาจให้ผลต่างกัน
หากไฟล์เป็นของบุคคลอื่น การนำไฟล์ออกจาก Google Drive ของเราอาจเป็นเพียงการนำทางลัดหรือรายการที่แชร์ออกจากมุมมองของเรา เจ้าของไฟล์และผู้ใช้อื่นอาจยังเข้าถึงไฟล์ต้นฉบับได้ตามปกติ
ไฟล์ถูกลบถาวรแล้ว ยังมีโอกาสกู้คืนหรือไม่
หากไฟล์ไม่อยู่ในถังขยะ อาจหมายถึงไฟล์ถูกลบถาวร ถูกลบอัตโนมัติหลังครบ 30 วัน หรือผู้ใช้กดล้างถังขยะไปแล้ว ในกรณีนี้จะไม่สามารถกู้คืนด้วยปุ่ม Restore ตามปกติได้
สำหรับบัญชี Google ส่วนบุคคล ผู้ใช้อาจลองเข้าสู่หน้าความช่วยเหลือของ Google Drive ขณะลงชื่อเข้าใช้บัญชีที่เป็นเจ้าของไฟล์ และตรวจสอบว่าระบบมีตัวเลือกสำหรับขอกู้คืนไฟล์หรือไม่ อย่างไรก็ตาม Google ไม่ได้รับประกันว่าจะกู้คืนไฟล์ที่ลบถาวรได้ทุกกรณี ดังนั้นควรดำเนินการโดยเร็วที่สุด
การกู้คืนไฟล์สำหรับบัญชี Google Workspace
หากใช้บัญชี Google Workspace ของบริษัท โรงแรม โรงเรียน หรือองค์กร ผู้ดูแลระบบหรือ Google Workspace Administrator อาจมีเครื่องมือเพิ่มเติมสำหรับกู้คืนข้อมูลของผู้ใช้หลังจากไฟล์ถูกลบออกจากถังขยะแล้ว
ผู้ใช้ควรติดต่อฝ่าย IT หรือผู้ดูแล Google Workspace ทันที พร้อมแจ้งข้อมูลต่อไปนี้
- ชื่อและอีเมลของเจ้าของไฟล์
- ชื่อไฟล์หรือชื่อโฟลเดอร์โดยประมาณ
- วันที่และเวลาที่คาดว่าถูกลบ
- ตำแหน่งเดิมของไฟล์
- เป็นไฟล์ใน My Drive หรือ Shared Drive
- รายชื่อผู้ที่เคยมีสิทธิ์เข้าถึงไฟล์
สำหรับข้อมูลใน My Drive ผู้ดูแลระบบสามารถดำเนินการกู้คืนข้อมูลที่ถูกลบถาวรได้ภายในช่วงเวลาที่ Google กำหนด ซึ่งโดยทั่วไปเป็นระยะเวลาสูงสุด 25 วันหลังจากข้อมูลถูกนำออกจากถังขยะ ดังนั้นองค์กรควรกำหนดขั้นตอนแจ้งเหตุและผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน
การกู้คืนระดับผู้ดูแลระบบอาจเป็นการกู้ข้อมูลตามช่วงวันที่ ไม่สามารถเลือกกู้คืนเฉพาะไฟล์ได้ทุกกรณี และข้อมูลที่กู้คืนอาจกลับไปยังตำแหน่งเดิมหรือปรากฏในโฟลเดอร์ที่ระบบกำหนด ผู้ดูแลควรตรวจสอบผลลัพธ์หลังดำเนินการทุกครั้ง
การกู้คืนไฟล์ใน Shared Drive
ไฟล์ใน Shared Drive หรือไดรฟ์ที่แชร์เป็นทรัพย์สินขององค์กร ไม่ได้เป็นของผู้ใช้รายบุคคล การลบและกู้คืนจึงขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของสมาชิกใน Shared Drive
โดยทั่วไป สมาชิกที่มีสิทธิ์เหมาะสมสามารถเปิดถังขยะและกู้คืนไฟล์กลับไปยัง Shared Drive ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ส่วนการลบถาวรหรือกู้คืนข้อมูลระดับระบบอาจต้องดำเนินการโดยผู้จัดการ Shared Drive หรือผู้ดูแล Google Workspace
หากไฟล์ใน Shared Drive หาย ควรตรวจสอบ Audit Log หรือบันทึกเหตุการณ์ใน Admin Console เพื่อดูว่าใครเป็นผู้ลบไฟล์ ลบเมื่อใด และดำเนินการจากบัญชีใด วิธีนี้มีความสำคัญมากสำหรับองค์กรที่ต้องดูแลเอกสารด้านการเงิน ข้อมูลลูกค้า สัญญา และเอกสารภายใน
ไฟล์ที่ซิงค์ผ่าน Google Drive for desktop ต้องระวังอะไร
ผู้ใช้ที่ติดตั้ง Google Drive for desktop ควรเข้าใจว่าการลบไฟล์จากโฟลเดอร์ที่ซิงค์บนคอมพิวเตอร์อาจส่งผลไปยังไฟล์บนคลาวด์ด้วย โดยเฉพาะเมื่อใช้โหมด Mirror files หรือ Stream files
เมื่อไฟล์ถูกลบจากตำแหน่งที่ซิงค์ ระบบอาจย้ายไฟล์ไปยังถังขยะของ Google Drive และการเปลี่ยนแปลงอาจถูกส่งไปยังอุปกรณ์อื่นที่ใช้บัญชีเดียวกัน ดังนั้นก่อนลบไฟล์จำนวนมากบนคอมพิวเตอร์ ควรตรวจสอบว่าโฟลเดอร์นั้นเป็นโฟลเดอร์ปกติหรือเป็นโฟลเดอร์ที่เชื่อมต่อกับ Google Drive
สำหรับไฟล์สำคัญ ควรมีข้อมูลสำรองอีกชุดที่ไม่ได้ซิงค์แบบสองทาง เช่น External SSD, NAS หรือระบบ Cloud Backup แยกต่างหาก เพราะการซิงค์ไม่ใช่การสำรองข้อมูลอย่างสมบูรณ์ หากไฟล์ต้นทางถูกลบหรือเข้ารหัสโดยมัลแวร์ การเปลี่ยนแปลงอาจซิงค์ไปยังระบบคลาวด์ด้วย
แนวทางป้องกันไฟล์สูญหายในอนาคต
1. ตรวจสอบถังขยะเป็นประจำ
ควรตรวจสอบถังขยะอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยเฉพาะบัญชีที่ใช้ทำงานร่วมกันหลายคน เพื่อให้มีเวลาตรวจพบและกู้คืนไฟล์ก่อนครบ 30 วัน
2. ตั้งชื่อไฟล์และโฟลเดอร์ให้ค้นหาได้ง่าย
ตั้งชื่อโดยระบุโครงการ แผนก ประเภทเอกสาร และวันที่ เช่น IT-Budget-2026-V01 หรือ Hotel-Network-Audit-Jul-2026 จะช่วยให้ค้นหาและตรวจสอบไฟล์ได้ง่ายกว่าชื่อทั่วไปอย่าง Document1
3. จำกัดสิทธิ์การลบไฟล์
ในองค์กรควรกำหนดสิทธิ์ตามหน้าที่ ผู้ที่ต้องการเพียงเปิดดูข้อมูลไม่ควรได้รับสิทธิ์แก้ไขหรือจัดการเนื้อหา ส่วนสิทธิ์ Manager ของ Shared Drive ควรมอบให้เฉพาะผู้รับผิดชอบที่ผ่านการอบรมแล้ว
4. สำรองข้อมูลสำคัญอย่างน้อยสองตำแหน่ง
ไฟล์ที่มีผลต่อธุรกิจ เช่น สัญญา รายงานการเงิน ฐานข้อมูลลูกค้า และเอกสารระบบ IT ควรมีสำเนาอย่างน้อยสองชุด และจัดเก็บคนละระบบหรือคนละสถานที่
5. ใช้ระบบสำรองข้อมูลสำหรับ Google Workspace
องค์กรที่มีข้อมูลสำคัญจำนวนมากควรพิจารณาระบบสำรองข้อมูล Google Workspace จากผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ เพื่อกำหนดระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูล กู้คืนไฟล์ย้อนหลัง และลดการพึ่งพาถังขยะเพียงอย่างเดียว
6. เปิดใช้การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน
หากบัญชีถูกแฮ็ก ผู้ไม่หวังดีอาจลบไฟล์จำนวนมากและล้างถังขยะ การเปิดใช้ Two-Step Verification หรือ Passkey จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต
7. อบรมผู้ใช้งานเรื่องการลบและการแชร์ไฟล์
องค์กรควรให้ความรู้พนักงานเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างการนำไฟล์ออกจากมุมมอง การย้ายไปถังขยะ การลบถาวร และการล้างถังขยะ รวมถึงขั้นตอนแจ้งฝ่าย IT เมื่อพบไฟล์สูญหาย
Checklist ก่อนกดล้างถังขยะ
- ตรวจสอบไฟล์ที่ถูกลบล่าสุด
- เรียงรายการตามวันที่นำไปทิ้ง
- ค้นหาชื่อโครงการ ลูกค้า หรือแผนกสำคัญ
- ตรวจสอบว่าไฟล์มีเจ้าของเป็นใคร
- กู้คืนไฟล์ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้งานหรือไม่
- ดาวน์โหลดสำเนาไฟล์สำคัญก่อนลบถาวร
- ยืนยันว่ามีข้อมูลสำรองที่เปิดใช้งานได้จริง
- สำหรับบัญชีองค์กร ควรตรวจสอบกับเจ้าของข้อมูลหรือฝ่าย IT
FAQ คำถามที่พบบ่อย
ไฟล์ในถังขยะ Google Drive อยู่ได้นานกี่วัน
ไฟล์และโฟลเดอร์ที่ย้ายไปยังถังขยะจะอยู่เป็นเวลา 30 วัน หลังจากนั้น Google Drive จะลบรายการดังกล่าวอย่างถาวรโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้จึงควรกู้คืนไฟล์ทันทีเมื่อพบว่าลบผิด
ล้างถังขยะ Google Drive แล้วกู้คืนได้หรือไม่
เมื่อกดล้างถังขยะ ไฟล์จะไม่สามารถกู้คืนด้วยวิธีปกติได้ บัญชีส่วนบุคคลอาจลองใช้ช่องทางขอความช่วยเหลือของ Google ส่วนบัญชี Google Workspace ควรติดต่อผู้ดูแลระบบทันที เพราะอาจมีช่วงเวลาจำกัดสำหรับการกู้คืนข้อมูล
เหตุใดกู้คืนไฟล์แล้วจึงยังหาไม่พบ
ไฟล์อาจกลับไปยังโฟลเดอร์เดิม อยู่ในบัญชี Google อื่น หรือมีชื่อที่แตกต่างจากที่จำได้ ให้ใช้ช่องค้นหา ตรวจสอบกิจกรรมล่าสุด ตรวจสอบเมนูแชร์กับฉัน และยืนยันบัญชีที่กำลังลงชื่อเข้าใช้อีกครั้ง

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น