PageSpeed Insights คืออะไร? พร้อมแนะนำวิธีอ่านผลลัพธ์

PageSpeed Insights

PageSpeed Insights เป็นเครื่องมือจาก Google ที่ใช้ตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพของหน้าเว็บไซต์ทั้งบนโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ โดยรายงานไม่ได้วัดเฉพาะความเร็วในการเปิดหน้าเว็บเท่านั้น

แต่ยังครอบคลุมการเข้าถึงเว็บไซต์ ความถูกต้องของการพัฒนาเว็บ แนวทางด้าน SEO และความพร้อมสำหรับระบบอัตโนมัติหรือ AI Agent คะแนนที่แสดงในแต่ละหมวดช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ทราบว่าหน้าเว็บมีจุดแข็งและจุดที่ควรปรับปรุงตรงส่วนใด 

ตัวอย่างผลการทดสอบที่มี 

  • Performance 77
  • Accessibility 98
  • Best Practices 100
  • SEO 85
  • Agentic Browsing 3/3 
หมายความว่า เว็บไซต์มีโครงสร้างโดยรวมค่อนข้างดี แต่ยังสามารถปรับปรุงด้านความเร็วและ Technical SEO เพิ่มเติมได้ การอ่านรายงานให้เข้าใจจึงมีความสำคัญ เพราะคะแนนที่สูงไม่ได้รับประกันอันดับบน Google โดยตรง และคะแนนที่ต่ำก็ไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์ใช้งานไม่ได้ เจ้าของเว็บไซต์ควรใช้ผลทดสอบเป็นแนวทางในการตรวจสอบและวางลำดับการปรับปรุงอย่างเป็นระบบ

ผลคะแนนตัวอย่างจาก PageSpeed Insights ในโหมด Desktop
Performance 77, Accessibility 98, Best Practices 100, SEO 85 และ Agentic Browsing 3/3

PageSpeed Insights คืออะไร

PageSpeed Insights หรือ PSI เป็นเครื่องมือวิเคราะห์หน้าเว็บไซต์ที่ช่วยประเมินประสบการณ์การใช้งานและคุณภาพทางเทคนิคของเว็บ เจ้าของเว็บไซต์สามารถนำ URL ของหน้าเว็บไปตรวจสอบเพื่อดูคะแนน คำเตือน และคำแนะนำสำหรับการปรับปรุงได้ โดยระบบจะแยกการทดสอบออกเป็นสองรูปแบบหลัก ได้แก่ Mobile และ Desktop

การทดสอบแบบ Mobile จะจำลองการเปิดเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์มือถือและเครือข่ายที่มีข้อจำกัดมากกว่า จึงมักได้คะแนนต่ำกว่า Desktop ส่วนการทดสอบแบบ Desktop จะจำลองการเปิดเว็บไซต์บนคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตดีกว่า

ดังนั้น เจ้าของเว็บไซต์ไม่ควรพิจารณาเฉพาะคะแนน Desktop เท่านั้น เพราะผู้เข้าชมเว็บไซต์จำนวนมากอาจเข้าผ่านสมาร์ตโฟน โดยเฉพาะเว็บไซต์ข่าว บล็อก เว็บไซต์ร้านค้า และเว็บไซต์ที่แชร์เนื้อหาผ่าน Facebook หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

เกณฑ์การอ่านคะแนน PageSpeed Insights

PageSpeed Insights report

คะแนนของหมวด Performance, Accessibility, Best Practices และ SEO จะแสดงในช่วง 0–100 โดยใช้สีช่วยบอกระดับคุณภาพของหน้าเว็บ
  • คะแนน 90–100 สีเขียว: อยู่ในระดับดีและผ่านเกณฑ์ส่วนใหญ่
  • คะแนน 50–89 สีส้มหรือสีเหลือง: เว็บไซต์ใช้งานได้ แต่ยังมีจุดที่ควรปรับปรุง
  • คะแนน 0–49 สีแดง: พบปัญหาที่อาจส่งผลต่อประสบการณ์ใช้งานอย่างชัดเจน

คะแนนเหล่านี้ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ความสำเร็จของเว็บไซต์ ตัวอย่างเช่น Performance 77 ไม่ได้หมายความว่าหน้าเว็บโหลดสำเร็จเพียง 77% แต่เป็นคะแนนรวมที่คำนวณจากตัวชี้วัดด้านความเร็วและความลื่นไหลหลายรายการ

หมวดการตรวจสอบ คะแนนตัวอย่าง การแปลผล ลำดับการปรับปรุง
Performance 77 ความเร็วอยู่ในระดับปานกลาง ควรปรับปรุง สูง
Accessibility 98 รองรับผู้ใช้งานได้ดีมาก ต่ำ
Best Practices 100 ผ่านแนวทางการพัฒนาเว็บที่ระบบตรวจสอบ ตรวจติดตามเป็นระยะ
SEO 85 มีพื้นฐาน SEO ที่ดี แต่มีบางรายการไม่ผ่าน สูง
Agentic Browsing 3/3 ผ่านการทดสอบสำหรับระบบอัตโนมัติทุกข้อ ตรวจติดตามเมื่อระบบมีการเปลี่ยนแปลง

1. Performance คะแนน 77 หมายถึงอะไร

Performance เป็นหมวดที่ใช้ประเมินความเร็วและความลื่นไหลในการเปิดหน้าเว็บไซต์ ตั้งแต่ช่วงที่ผู้ใช้เริ่มเข้าหน้าเว็บไปจนถึงช่วงที่เนื้อหาหลักปรากฏและสามารถโต้ตอบกับหน้าเว็บได้

คะแนน 77 อยู่ในช่วงสีส้ม หมายความว่าหน้าเว็บสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่ยังมีทรัพยากรหรือองค์ประกอบบางอย่างที่ทำให้การโหลดช้ากว่าที่ควรจะเป็น ผู้ใช้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตช้า อุปกรณ์รุ่นเก่า หรือโทรศัพท์มือถืออาจรู้สึกถึงความล่าช้าได้ชัดเจนกว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์

ตัวชี้วัดสำคัญของ Performance

  • First Contentful Paint หรือ FCP วัดระยะเวลาที่หน้าเว็บเริ่มแสดงข้อความ รูปภาพ หรือองค์ประกอบแรกให้ผู้ใช้เห็น
  • Largest Contentful Paint หรือ LCP วัดระยะเวลาที่เนื้อหาหลักขนาดใหญ่ที่สุด เช่น ภาพปกหรือหัวข้อหลัก แสดงผลเสร็จ
  • Total Blocking Time หรือ TBT วัดเวลาที่ JavaScript หรือกระบวนการอื่นขัดขวางไม่ให้ผู้ใช้กดปุ่ม เลื่อนหน้า หรือโต้ตอบกับเว็บไซต์
  • Cumulative Layout Shift หรือ CLS วัดความเสถียรของหน้าเว็บ เช่น ข้อความหรือปุ่มขยับตำแหน่งระหว่างโหลดหรือไม่
  • Speed Index วัดความเร็วโดยรวมที่เนื้อหาภายในหน้าเว็บปรากฏให้ผู้ใช้เห็น

สาเหตุที่ทำให้คะแนน Performance ต่ำ

สำหรับเว็บไซต์ Blogger ปัญหาที่พบได้บ่อยคือรูปภาพมีขนาดใหญ่เกินไป การติดตั้งโฆษณาหลายตำแหน่ง การใช้ Widget จำนวนมาก การฝังวิดีโอ YouTube โดยตรง รวมถึงการโหลด JavaScript จาก Facebook, Google Ads, ระบบวิเคราะห์สถิติ หรือบริการภายนอกหลายแห่งพร้อมกัน

นอกจากนี้ Template บางรูปแบบอาจมี CSS และ JavaScript ที่ไม่ได้ใช้งาน หรือโหลดไฟล์ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น แม้ผู้ใช้ยังไม่ได้เลื่อนไปดูเนื้อหาส่วนนั้น ส่งผลให้เบราว์เซอร์ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมากก่อนแสดงเนื้อหาหลัก

แนวทางปรับปรุง Performance

  1. ลดขนาดรูปภาพก่อนอัปโหลด และเลือกใช้รูปแบบ WebP หรือ AVIF เมื่อระบบรองรับ
  2. กำหนดขนาดความกว้างและความสูงของรูปภาพ เพื่อลดการขยับของหน้าเว็บ
  3. ใช้ Lazy Loading สำหรับรูปภาพและวิดีโอที่อยู่ด้านล่างของหน้า
  4. ลดจำนวน Gadget, Widget และสคริปต์ภายนอกที่ไม่จำเป็น
  5. ตรวจสอบโฆษณาที่ทำให้หน้าเว็บโหลดช้าหรือเกิด Layout Shift
  6. ลดการใช้ JavaScript ขนาดใหญ่หรือสคริปต์ที่ซ้ำซ้อน
  7. ตรวจสอบภาพปกบทความ เพราะมักเป็นองค์ประกอบหลักที่มีผลต่อ LCP
ข้อควรระวัง: การลบสคริปต์เพื่อเพิ่มความเร็วควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าไม่ใช่สคริปต์สำคัญ เช่น Google Analytics, ระบบโฆษณา, เมนูหลัก หรือฟังก์ชันของ Template

2. Accessibility คะแนน 98 หมายถึงอะไร

Accessibility เป็นการตรวจสอบว่าเว็บไซต์สามารถเข้าถึงและใช้งานได้โดยผู้ใช้ที่มีความต้องการแตกต่างกันหรือไม่ รวมถึงผู้มีข้อจำกัดทางการมองเห็น ผู้ที่ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอ ผู้ที่ไม่สามารถใช้เมาส์ และผู้สูงอายุ

คะแนน 98 ถือว่าอยู่ในระดับดีมาก แสดงว่าโครงสร้างเว็บไซต์ สี ข้อความ ปุ่ม และองค์ประกอบส่วนใหญ่รองรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสม แต่อาจยังมีปัญหาเล็กน้อยหนึ่งหรือสองรายการที่ทำให้คะแนนไม่ถึง 100

หัวข้อที่ Accessibility ตรวจสอบ

  • รูปภาพมีข้อความอธิบายหรือ Alt Text หรือไม่
  • สีตัวอักษรตัดกับสีพื้นหลังเพียงพอหรือไม่
  • ปุ่มและลิงก์มีชื่อที่เข้าใจได้หรือไม่
  • ช่องกรอกข้อมูลมี Label กำกับหรือไม่
  • โครงสร้างหัวข้อ H1, H2 และ H3 มีลำดับเหมาะสมหรือไม่
  • ผู้ใช้สามารถใช้งานเว็บไซต์ด้วยแป้นพิมพ์ได้หรือไม่
  • องค์ประกอบ ARIA ถูกใช้อย่างถูกต้องหรือไม่

แม้คะแนนจะสูงถึง 98 แต่ควรเปิดดูรายการที่ไม่ผ่าน เพราะอาจเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ง่าย เช่น รูปภาพบางภาพไม่มี Alt Text สีของตัวอักษรบางตำแหน่งอ่อนเกินไป หรือลิงก์ไอคอนไม่มีชื่อสำหรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ

การมี Accessibility ที่ดีไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะผู้พิการเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ใช้งานทั่วไปอ่านเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ลดความสับสน และช่วยให้ Search Engine เข้าใจโครงสร้างหน้าเว็บไซต์ได้ดีขึ้นด้วย

3. Best Practices คะแนน 100 หมายถึงอะไร

Best Practices เป็นหมวดที่ตรวจสอบแนวทางการพัฒนาเว็บไซต์สมัยใหม่ ความปลอดภัยพื้นฐาน และการใช้เทคโนโลยีเว็บอย่างเหมาะสม คะแนน 100 หมายความว่าหน้าเว็บผ่านรายการตรวจสอบอัตโนมัติทั้งหมดในรอบการทดสอบนั้น

ตัวอย่างสิ่งที่ระบบตรวจสอบ

  • เว็บไซต์เปิดผ่าน HTTPS หรือไม่
  • มีข้อผิดพลาดของ JavaScript ที่สำคัญหรือไม่
  • มีการใช้คำสั่งหรือ API ที่ล้าสมัยหรือไม่
  • รูปภาพแสดงด้วยอัตราส่วนที่ถูกต้องหรือไม่
  • ลิงก์และทรัพยากรภายนอกมีความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่
  • หน้าเว็บมีข้อผิดพลาดร้ายแรงใน Browser Console หรือไม่

อย่างไรก็ตาม คะแนน Best Practices 100 ไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์ปลอดภัยจากการโจมตีทุกประเภท เครื่องมือนี้ไม่ได้ตรวจสอบช่องโหว่เชิงลึก เช่น SQL Injection, Cross-Site Scripting, การตั้งค่าบัญชีผู้ดูแลระบบ หรือช่องโหว่ของระบบหลังบ้าน

เจ้าของเว็บไซต์ยังควรใช้รหัสผ่านที่รัดกุม เปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน ตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ดูแล Blogger และหลีกเลี่ยงการนำสคริปต์จากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือมาติดตั้ง

คะแนน Best Practices 100 ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ควรทดสอบซ้ำทุกครั้งหลังเปลี่ยน Template ติดตั้งโฆษณา หรือเพิ่มสคริปต์ใหม่

4. SEO คะแนน 85 หมายถึงอะไร

SEO ใน PageSpeed Insights เป็นการตรวจสอบพื้นฐานด้าน Technical SEO ว่า Search Engine สามารถเข้าถึง อ่าน และทำความเข้าใจหน้าเว็บได้หรือไม่ คะแนน 85 อยู่ในช่วงสีส้ม หมายความว่าโครงสร้างโดยรวมค่อนข้างดี แต่ยังมีรายการตรวจสอบบางข้อที่ไม่ผ่าน

คะแนน SEO ใน PageSpeed Insights ไม่ใช่คะแนนจัดอันดับบน Google และไม่ได้บอกว่าบทความจะติดหน้าแรกหรือไม่ เพราะอันดับการค้นหายังขึ้นอยู่กับคุณภาพเนื้อหา ความตรงกับความต้องการของผู้ค้นหา ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ ลิงก์จากเว็บไซต์อื่น และการแข่งขันของ Keyword

รายการที่ PageSpeed Insights มักตรวจสอบ

  • หน้าเว็บมี Title ที่ชัดเจนหรือไม่
  • มี Meta Description หรือ Search Description หรือไม่
  • หน้าเว็บอนุญาตให้ Search Engine จัดทำดัชนีหรือไม่
  • ไฟล์ robots.txt มีข้อผิดพลาดหรือไม่
  • ลิงก์ภายในมีข้อความอธิบายที่เข้าใจได้หรือไม่
  • รูปภาพมี Alt Text หรือไม่
  • หน้าเว็บรองรับการแสดงผลบนอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือไม่
  • หน้าเว็บตอบกลับด้วย HTTP Status Code ที่ถูกต้องหรือไม่

สาเหตุที่เว็บไซต์ Blogger ได้คะแนน SEO 85

ปัญหาที่พบได้บ่อยคือบทความไม่ได้กำหนด Search Description ลิงก์บางจุดไม่มีข้อความที่สื่อความหมาย รูปภาพไม่มี Alt Text หรือ Template มีองค์ประกอบบางอย่างที่ Search Engine อ่านได้ไม่สมบูรณ์

บางครั้งปัญหาอาจเกิดจากลิงก์ “อ่านเพิ่มเติม” หรือปุ่มไอคอนที่ไม่มีข้อความกำกับ ซึ่งผู้ใช้มองเห็นและเข้าใจได้ แต่ระบบตรวจสอบไม่สามารถระบุวัตถุประสงค์ของลิงก์ได้ชัดเจน

แนวทางเพิ่มคะแนน SEO

  1. เขียนชื่อบทความให้ตรงกับหัวข้อหลักและ Keyword ที่ต้องการ
  2. กำหนด Search Description ให้ทุกบทความ โดยไม่ควรยาวเกินประมาณ 150–160 ตัวอักษร
  3. เพิ่ม Alt Text ให้รูปภาพ โดยอธิบายเนื้อหาของภาพอย่างเป็นธรรมชาติ
  4. ใช้หัวข้อ H1, H2 และ H3 ตามลำดับอย่างเหมาะสม
  5. สร้างลิงก์ภายในไปยังบทความที่เกี่ยวข้อง
  6. หลีกเลี่ยงข้อความลิงก์ที่กว้างเกินไป เช่น “คลิกที่นี่”
  7. ตรวจสอบ Custom robots.txt และ Meta Robots Tags ใน Blogger
  8. ตรวจสอบหน้าเว็บด้วย Google Search Console ควบคู่กัน

การเพิ่มคะแนน SEO จาก 85 เป็น 100 อาจช่วยแก้ปัญหาทางเทคนิคได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างเนื้อหาที่มีประโยชน์ ตอบคำถามของผู้ค้นหาได้ครบถ้วน และมีโครงสร้างที่อ่านง่าย

5. Agentic Browsing 3/3 หมายถึงอะไร

Agentic Browsing เป็นหมวดที่เกี่ยวข้องกับความสามารถของระบบอัตโนมัติและ AI Agent ในการอ่าน ทำความเข้าใจ และโต้ตอบกับหน้าเว็บไซต์ โดยจะแสดงผลเป็นจำนวนรายการที่ผ่าน เช่น 3/3 แทนการแสดงคะแนนเต็ม 100

ค่า 3/3 หมายถึงหน้าเว็บไซต์ผ่านรายการตรวจสอบทั้งสามข้อในรอบการทดสอบนั้น ตัวอย่างเช่น ปุ่มและลิงก์มีชื่อที่เข้าใจได้ องค์ประกอบสำคัญสามารถค้นพบได้ และโครงสร้างของหน้าเว็บมีความเสถียรเพียงพอสำหรับระบบอัตโนมัติ

หมวดนี้มีความสำคัญเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของ AI Browser, AI Assistant และระบบ Agent ที่สามารถค้นหาข้อมูล กรอกแบบฟอร์ม หรือดำเนินการบนเว็บไซต์แทนผู้ใช้งานได้

อย่างไรก็ตาม การได้คะแนน 3/3 ไม่ได้หมายความว่า AI ทุกระบบจะเข้าใจเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้สมบูรณ์ เนื่องจากระบบ AI แต่ละรายอาจมีวิธีอ่านและประมวลผลหน้าเว็บแตกต่างกัน

ควรปรับปรุงคะแนนใดก่อน

จากผลคะแนนตัวอย่าง ควรให้ความสำคัญกับ Performance และ SEO ก่อน เพราะเป็นสองหมวดที่ได้คะแนนสีส้มและอาจส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ผู้ใช้ รวมถึงความสามารถในการเข้าถึงเว็บไซต์ผ่านผลการค้นหา

  1. เริ่มจาก Performance: ลดขนาดรูปภาพ ตรวจสอบภาพปก ลด Widget และสคริปต์ที่ไม่จำเป็น
  2. ปรับ Technical SEO: เพิ่ม Search Description, Alt Text และตรวจสอบลิงก์ที่ไม่มีชื่อชัดเจน
  3. แก้ Accessibility เล็กน้อย: เปิดดูว่ารายการใดทำให้คะแนนลดจาก 100 เหลือ 98
  4. รักษา Best Practices: ทดสอบใหม่หลังติดตั้งโฆษณาหรือแก้ไข Template
  5. ตรวจ Mobile เพิ่มเติม: อย่าอ้างอิงเฉพาะผล Desktop เพราะผู้ใช้งานมือถืออาจพบประสบการณ์ที่แตกต่างกัน

ข้อควรทราบเกี่ยวกับความผันผวนของคะแนน

คะแนน PageSpeed Insights สามารถเปลี่ยนแปลงได้แม้จะทดสอบ URL เดิมโดยไม่ได้แก้ไขเว็บไซต์ เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ภาระของเซิร์ฟเวอร์ ความเร็วของบริการภายนอก การโหลดโฆษณา และสภาพแวดล้อมของการทดสอบ

จึงควรทดสอบอย่างน้อยสองถึงสามครั้ง แล้วพิจารณาค่าที่ใกล้เคียงกัน ไม่ควรตัดสินคุณภาพของเว็บไซต์จากการทดสอบเพียงครั้งเดียว

หลังจากปรับปรุงเว็บไซต์ ควรบันทึกคะแนนเดิมและคะแนนใหม่เพื่อเปรียบเทียบ รวมถึงตรวจสอบว่าการเพิ่มความเร็วไม่ได้ทำให้ฟังก์ชันสำคัญ เช่น เมนู โฆษณา ระบบค้นหา หรือการวัดผลผู้เข้าชมเกิดความเสียหาย

บทสรุป

PageSpeed Insights เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับตรวจสอบคุณภาพเว็บไซต์ในหลายด้าน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความเร็ว คะแนน Performance 77 แสดงว่ายังควรลดขนาดไฟล์และทรัพยากรที่ทำให้เว็บไซต์โหลดช้า Accessibility 98 หมายถึงเว็บไซต์รองรับผู้ใช้งานได้ดีมาก Best Practices 100 หมายถึงผ่านแนวทางการพัฒนาเว็บที่ระบบตรวจสอบ SEO 85 แสดงว่ายังมี Technical SEO บางรายการที่ควรแก้ไข ส่วน Agentic Browsing 3/3 หมายถึงเว็บไซต์ผ่านการตรวจสอบสำหรับระบบอัตโนมัติครบทุกข้อ

การปรับปรุงควรเริ่มจาก Performance และ SEO พร้อมตรวจสอบผลทั้ง Mobile และ Desktop ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับคะแนน 100 ทุกหมวด แต่ควรเน้นให้เว็บไซต์โหลดเร็ว อ่านง่าย ใช้งานสะดวก และตอบโจทย์ผู้เข้าชมจริง

FAQ คำถามที่พบบ่อย  
คะแนน PageSpeed Insights ต้องได้ 100 ทุกหมวดหรือไม่
ไม่จำเป็น เว็บไซต์ที่ได้คะแนนไม่ถึง 100 ยังสามารถใช้งานได้ดีและติดอันดับบน Google ได้ ควรเน้นแก้ปัญหาที่ส่งผลต่อผู้ใช้จริง เช่น เว็บไซต์โหลดช้า เนื้อหาขยับระหว่างโหลด ปุ่มกดยาก หรือหน้าเว็บไม่รองรับโทรศัพท์มือถือ มากกว่าการพยายามเพิ่มคะแนนเพียงอย่างเดียว
ทำไมคะแนน Mobile จึงต่ำกว่า Desktop
การทดสอบ Mobile จำลองอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่าและเครือข่ายที่ช้ากว่า จึงเห็นผลกระทบจากรูปภาพขนาดใหญ่ JavaScript โฆษณา และ Widget ได้ชัดเจนกว่า Desktop เว็บไซต์ส่วนใหญ่จึงมีคะแนน Mobile ต่ำกว่าคะแนน Desktop
คะแนน SEO 100 ทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรก Google หรือไม่
ไม่รับประกัน เพราะคะแนน SEO ของ PageSpeed Insights ตรวจสอบเฉพาะพื้นฐานทางเทคนิคบางรายการเท่านั้น อันดับบน Google ยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของบทความ ความตรงกับ Search Intent ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ ประสบการณ์ผู้ใช้ และการแข่งขันของ Keyword

ความคิดเห็น

The Most/Recent Articles

เจาะลึกไอที เทคโนโลยีแบบเข้าใจง่าย

แนะนำทิปส์ใช้งานจริง ครอบคลุมคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีเอไอ อัพเดทล่าสุด !! Free Online Tools (ย้ายไปเว็บน้องใหม่ www.toolszaa.com)

Slider

PageSpeed Insights คืออะไร? พร้อมแนะนำวิธีอ่านผลลัพธ์

PageSpeed Insights

PageSpeed Insights เป็นเครื่องมือจาก Google ที่ใช้ตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพของหน้าเว็บไซต์ทั้งบนโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ โดยรายงานไม่ได้วัดเฉพาะความเร็วในการเปิดหน้าเว็บเท่านั้น

แต่ยังครอบคลุมการเข้าถึงเว็บไซต์ ความถูกต้องของการพัฒนาเว็บ แนวทางด้าน SEO และความพร้อมสำหรับระบบอัตโนมัติหรือ AI Agent คะแนนที่แสดงในแต่ละหมวดช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ทราบว่าหน้าเว็บมีจุดแข็งและจุดที่ควรปรับปรุงตรงส่วนใด 

ตัวอย่างผลการทดสอบที่มี 

  • Performance 77
  • Accessibility 98
  • Best Practices 100
  • SEO 85
  • Agentic Browsing 3/3 
หมายความว่า เว็บไซต์มีโครงสร้างโดยรวมค่อนข้างดี แต่ยังสามารถปรับปรุงด้านความเร็วและ Technical SEO เพิ่มเติมได้ การอ่านรายงานให้เข้าใจจึงมีความสำคัญ เพราะคะแนนที่สูงไม่ได้รับประกันอันดับบน Google โดยตรง และคะแนนที่ต่ำก็ไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์ใช้งานไม่ได้ เจ้าของเว็บไซต์ควรใช้ผลทดสอบเป็นแนวทางในการตรวจสอบและวางลำดับการปรับปรุงอย่างเป็นระบบ

ผลคะแนนตัวอย่างจาก PageSpeed Insights ในโหมด Desktop
Performance 77, Accessibility 98, Best Practices 100, SEO 85 และ Agentic Browsing 3/3

PageSpeed Insights คืออะไร

PageSpeed Insights หรือ PSI เป็นเครื่องมือวิเคราะห์หน้าเว็บไซต์ที่ช่วยประเมินประสบการณ์การใช้งานและคุณภาพทางเทคนิคของเว็บ เจ้าของเว็บไซต์สามารถนำ URL ของหน้าเว็บไปตรวจสอบเพื่อดูคะแนน คำเตือน และคำแนะนำสำหรับการปรับปรุงได้ โดยระบบจะแยกการทดสอบออกเป็นสองรูปแบบหลัก ได้แก่ Mobile และ Desktop

การทดสอบแบบ Mobile จะจำลองการเปิดเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์มือถือและเครือข่ายที่มีข้อจำกัดมากกว่า จึงมักได้คะแนนต่ำกว่า Desktop ส่วนการทดสอบแบบ Desktop จะจำลองการเปิดเว็บไซต์บนคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตดีกว่า

ดังนั้น เจ้าของเว็บไซต์ไม่ควรพิจารณาเฉพาะคะแนน Desktop เท่านั้น เพราะผู้เข้าชมเว็บไซต์จำนวนมากอาจเข้าผ่านสมาร์ตโฟน โดยเฉพาะเว็บไซต์ข่าว บล็อก เว็บไซต์ร้านค้า และเว็บไซต์ที่แชร์เนื้อหาผ่าน Facebook หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

เกณฑ์การอ่านคะแนน PageSpeed Insights

PageSpeed Insights report

คะแนนของหมวด Performance, Accessibility, Best Practices และ SEO จะแสดงในช่วง 0–100 โดยใช้สีช่วยบอกระดับคุณภาพของหน้าเว็บ
  • คะแนน 90–100 สีเขียว: อยู่ในระดับดีและผ่านเกณฑ์ส่วนใหญ่
  • คะแนน 50–89 สีส้มหรือสีเหลือง: เว็บไซต์ใช้งานได้ แต่ยังมีจุดที่ควรปรับปรุง
  • คะแนน 0–49 สีแดง: พบปัญหาที่อาจส่งผลต่อประสบการณ์ใช้งานอย่างชัดเจน

คะแนนเหล่านี้ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ความสำเร็จของเว็บไซต์ ตัวอย่างเช่น Performance 77 ไม่ได้หมายความว่าหน้าเว็บโหลดสำเร็จเพียง 77% แต่เป็นคะแนนรวมที่คำนวณจากตัวชี้วัดด้านความเร็วและความลื่นไหลหลายรายการ

หมวดการตรวจสอบ คะแนนตัวอย่าง การแปลผล ลำดับการปรับปรุง
Performance 77 ความเร็วอยู่ในระดับปานกลาง ควรปรับปรุง สูง
Accessibility 98 รองรับผู้ใช้งานได้ดีมาก ต่ำ
Best Practices 100 ผ่านแนวทางการพัฒนาเว็บที่ระบบตรวจสอบ ตรวจติดตามเป็นระยะ
SEO 85 มีพื้นฐาน SEO ที่ดี แต่มีบางรายการไม่ผ่าน สูง
Agentic Browsing 3/3 ผ่านการทดสอบสำหรับระบบอัตโนมัติทุกข้อ ตรวจติดตามเมื่อระบบมีการเปลี่ยนแปลง

1. Performance คะแนน 77 หมายถึงอะไร

Performance เป็นหมวดที่ใช้ประเมินความเร็วและความลื่นไหลในการเปิดหน้าเว็บไซต์ ตั้งแต่ช่วงที่ผู้ใช้เริ่มเข้าหน้าเว็บไปจนถึงช่วงที่เนื้อหาหลักปรากฏและสามารถโต้ตอบกับหน้าเว็บได้

คะแนน 77 อยู่ในช่วงสีส้ม หมายความว่าหน้าเว็บสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่ยังมีทรัพยากรหรือองค์ประกอบบางอย่างที่ทำให้การโหลดช้ากว่าที่ควรจะเป็น ผู้ใช้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตช้า อุปกรณ์รุ่นเก่า หรือโทรศัพท์มือถืออาจรู้สึกถึงความล่าช้าได้ชัดเจนกว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์

ตัวชี้วัดสำคัญของ Performance

  • First Contentful Paint หรือ FCP วัดระยะเวลาที่หน้าเว็บเริ่มแสดงข้อความ รูปภาพ หรือองค์ประกอบแรกให้ผู้ใช้เห็น
  • Largest Contentful Paint หรือ LCP วัดระยะเวลาที่เนื้อหาหลักขนาดใหญ่ที่สุด เช่น ภาพปกหรือหัวข้อหลัก แสดงผลเสร็จ
  • Total Blocking Time หรือ TBT วัดเวลาที่ JavaScript หรือกระบวนการอื่นขัดขวางไม่ให้ผู้ใช้กดปุ่ม เลื่อนหน้า หรือโต้ตอบกับเว็บไซต์
  • Cumulative Layout Shift หรือ CLS วัดความเสถียรของหน้าเว็บ เช่น ข้อความหรือปุ่มขยับตำแหน่งระหว่างโหลดหรือไม่
  • Speed Index วัดความเร็วโดยรวมที่เนื้อหาภายในหน้าเว็บปรากฏให้ผู้ใช้เห็น

สาเหตุที่ทำให้คะแนน Performance ต่ำ

สำหรับเว็บไซต์ Blogger ปัญหาที่พบได้บ่อยคือรูปภาพมีขนาดใหญ่เกินไป การติดตั้งโฆษณาหลายตำแหน่ง การใช้ Widget จำนวนมาก การฝังวิดีโอ YouTube โดยตรง รวมถึงการโหลด JavaScript จาก Facebook, Google Ads, ระบบวิเคราะห์สถิติ หรือบริการภายนอกหลายแห่งพร้อมกัน

นอกจากนี้ Template บางรูปแบบอาจมี CSS และ JavaScript ที่ไม่ได้ใช้งาน หรือโหลดไฟล์ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น แม้ผู้ใช้ยังไม่ได้เลื่อนไปดูเนื้อหาส่วนนั้น ส่งผลให้เบราว์เซอร์ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมากก่อนแสดงเนื้อหาหลัก

แนวทางปรับปรุง Performance

  1. ลดขนาดรูปภาพก่อนอัปโหลด และเลือกใช้รูปแบบ WebP หรือ AVIF เมื่อระบบรองรับ
  2. กำหนดขนาดความกว้างและความสูงของรูปภาพ เพื่อลดการขยับของหน้าเว็บ
  3. ใช้ Lazy Loading สำหรับรูปภาพและวิดีโอที่อยู่ด้านล่างของหน้า
  4. ลดจำนวน Gadget, Widget และสคริปต์ภายนอกที่ไม่จำเป็น
  5. ตรวจสอบโฆษณาที่ทำให้หน้าเว็บโหลดช้าหรือเกิด Layout Shift
  6. ลดการใช้ JavaScript ขนาดใหญ่หรือสคริปต์ที่ซ้ำซ้อน
  7. ตรวจสอบภาพปกบทความ เพราะมักเป็นองค์ประกอบหลักที่มีผลต่อ LCP
ข้อควรระวัง: การลบสคริปต์เพื่อเพิ่มความเร็วควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าไม่ใช่สคริปต์สำคัญ เช่น Google Analytics, ระบบโฆษณา, เมนูหลัก หรือฟังก์ชันของ Template

2. Accessibility คะแนน 98 หมายถึงอะไร

Accessibility เป็นการตรวจสอบว่าเว็บไซต์สามารถเข้าถึงและใช้งานได้โดยผู้ใช้ที่มีความต้องการแตกต่างกันหรือไม่ รวมถึงผู้มีข้อจำกัดทางการมองเห็น ผู้ที่ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอ ผู้ที่ไม่สามารถใช้เมาส์ และผู้สูงอายุ

คะแนน 98 ถือว่าอยู่ในระดับดีมาก แสดงว่าโครงสร้างเว็บไซต์ สี ข้อความ ปุ่ม และองค์ประกอบส่วนใหญ่รองรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสม แต่อาจยังมีปัญหาเล็กน้อยหนึ่งหรือสองรายการที่ทำให้คะแนนไม่ถึง 100

หัวข้อที่ Accessibility ตรวจสอบ

  • รูปภาพมีข้อความอธิบายหรือ Alt Text หรือไม่
  • สีตัวอักษรตัดกับสีพื้นหลังเพียงพอหรือไม่
  • ปุ่มและลิงก์มีชื่อที่เข้าใจได้หรือไม่
  • ช่องกรอกข้อมูลมี Label กำกับหรือไม่
  • โครงสร้างหัวข้อ H1, H2 และ H3 มีลำดับเหมาะสมหรือไม่
  • ผู้ใช้สามารถใช้งานเว็บไซต์ด้วยแป้นพิมพ์ได้หรือไม่
  • องค์ประกอบ ARIA ถูกใช้อย่างถูกต้องหรือไม่

แม้คะแนนจะสูงถึง 98 แต่ควรเปิดดูรายการที่ไม่ผ่าน เพราะอาจเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ง่าย เช่น รูปภาพบางภาพไม่มี Alt Text สีของตัวอักษรบางตำแหน่งอ่อนเกินไป หรือลิงก์ไอคอนไม่มีชื่อสำหรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ

การมี Accessibility ที่ดีไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะผู้พิการเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ใช้งานทั่วไปอ่านเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ลดความสับสน และช่วยให้ Search Engine เข้าใจโครงสร้างหน้าเว็บไซต์ได้ดีขึ้นด้วย

3. Best Practices คะแนน 100 หมายถึงอะไร

Best Practices เป็นหมวดที่ตรวจสอบแนวทางการพัฒนาเว็บไซต์สมัยใหม่ ความปลอดภัยพื้นฐาน และการใช้เทคโนโลยีเว็บอย่างเหมาะสม คะแนน 100 หมายความว่าหน้าเว็บผ่านรายการตรวจสอบอัตโนมัติทั้งหมดในรอบการทดสอบนั้น

ตัวอย่างสิ่งที่ระบบตรวจสอบ

  • เว็บไซต์เปิดผ่าน HTTPS หรือไม่
  • มีข้อผิดพลาดของ JavaScript ที่สำคัญหรือไม่
  • มีการใช้คำสั่งหรือ API ที่ล้าสมัยหรือไม่
  • รูปภาพแสดงด้วยอัตราส่วนที่ถูกต้องหรือไม่
  • ลิงก์และทรัพยากรภายนอกมีความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่
  • หน้าเว็บมีข้อผิดพลาดร้ายแรงใน Browser Console หรือไม่

อย่างไรก็ตาม คะแนน Best Practices 100 ไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์ปลอดภัยจากการโจมตีทุกประเภท เครื่องมือนี้ไม่ได้ตรวจสอบช่องโหว่เชิงลึก เช่น SQL Injection, Cross-Site Scripting, การตั้งค่าบัญชีผู้ดูแลระบบ หรือช่องโหว่ของระบบหลังบ้าน

เจ้าของเว็บไซต์ยังควรใช้รหัสผ่านที่รัดกุม เปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน ตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ดูแล Blogger และหลีกเลี่ยงการนำสคริปต์จากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือมาติดตั้ง

คะแนน Best Practices 100 ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ควรทดสอบซ้ำทุกครั้งหลังเปลี่ยน Template ติดตั้งโฆษณา หรือเพิ่มสคริปต์ใหม่

4. SEO คะแนน 85 หมายถึงอะไร

SEO ใน PageSpeed Insights เป็นการตรวจสอบพื้นฐานด้าน Technical SEO ว่า Search Engine สามารถเข้าถึง อ่าน และทำความเข้าใจหน้าเว็บได้หรือไม่ คะแนน 85 อยู่ในช่วงสีส้ม หมายความว่าโครงสร้างโดยรวมค่อนข้างดี แต่ยังมีรายการตรวจสอบบางข้อที่ไม่ผ่าน

คะแนน SEO ใน PageSpeed Insights ไม่ใช่คะแนนจัดอันดับบน Google และไม่ได้บอกว่าบทความจะติดหน้าแรกหรือไม่ เพราะอันดับการค้นหายังขึ้นอยู่กับคุณภาพเนื้อหา ความตรงกับความต้องการของผู้ค้นหา ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ ลิงก์จากเว็บไซต์อื่น และการแข่งขันของ Keyword

รายการที่ PageSpeed Insights มักตรวจสอบ

  • หน้าเว็บมี Title ที่ชัดเจนหรือไม่
  • มี Meta Description หรือ Search Description หรือไม่
  • หน้าเว็บอนุญาตให้ Search Engine จัดทำดัชนีหรือไม่
  • ไฟล์ robots.txt มีข้อผิดพลาดหรือไม่
  • ลิงก์ภายในมีข้อความอธิบายที่เข้าใจได้หรือไม่
  • รูปภาพมี Alt Text หรือไม่
  • หน้าเว็บรองรับการแสดงผลบนอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือไม่
  • หน้าเว็บตอบกลับด้วย HTTP Status Code ที่ถูกต้องหรือไม่

สาเหตุที่เว็บไซต์ Blogger ได้คะแนน SEO 85

ปัญหาที่พบได้บ่อยคือบทความไม่ได้กำหนด Search Description ลิงก์บางจุดไม่มีข้อความที่สื่อความหมาย รูปภาพไม่มี Alt Text หรือ Template มีองค์ประกอบบางอย่างที่ Search Engine อ่านได้ไม่สมบูรณ์

บางครั้งปัญหาอาจเกิดจากลิงก์ “อ่านเพิ่มเติม” หรือปุ่มไอคอนที่ไม่มีข้อความกำกับ ซึ่งผู้ใช้มองเห็นและเข้าใจได้ แต่ระบบตรวจสอบไม่สามารถระบุวัตถุประสงค์ของลิงก์ได้ชัดเจน

แนวทางเพิ่มคะแนน SEO

  1. เขียนชื่อบทความให้ตรงกับหัวข้อหลักและ Keyword ที่ต้องการ
  2. กำหนด Search Description ให้ทุกบทความ โดยไม่ควรยาวเกินประมาณ 150–160 ตัวอักษร
  3. เพิ่ม Alt Text ให้รูปภาพ โดยอธิบายเนื้อหาของภาพอย่างเป็นธรรมชาติ
  4. ใช้หัวข้อ H1, H2 และ H3 ตามลำดับอย่างเหมาะสม
  5. สร้างลิงก์ภายในไปยังบทความที่เกี่ยวข้อง
  6. หลีกเลี่ยงข้อความลิงก์ที่กว้างเกินไป เช่น “คลิกที่นี่”
  7. ตรวจสอบ Custom robots.txt และ Meta Robots Tags ใน Blogger
  8. ตรวจสอบหน้าเว็บด้วย Google Search Console ควบคู่กัน

การเพิ่มคะแนน SEO จาก 85 เป็น 100 อาจช่วยแก้ปัญหาทางเทคนิคได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างเนื้อหาที่มีประโยชน์ ตอบคำถามของผู้ค้นหาได้ครบถ้วน และมีโครงสร้างที่อ่านง่าย

5. Agentic Browsing 3/3 หมายถึงอะไร

Agentic Browsing เป็นหมวดที่เกี่ยวข้องกับความสามารถของระบบอัตโนมัติและ AI Agent ในการอ่าน ทำความเข้าใจ และโต้ตอบกับหน้าเว็บไซต์ โดยจะแสดงผลเป็นจำนวนรายการที่ผ่าน เช่น 3/3 แทนการแสดงคะแนนเต็ม 100

ค่า 3/3 หมายถึงหน้าเว็บไซต์ผ่านรายการตรวจสอบทั้งสามข้อในรอบการทดสอบนั้น ตัวอย่างเช่น ปุ่มและลิงก์มีชื่อที่เข้าใจได้ องค์ประกอบสำคัญสามารถค้นพบได้ และโครงสร้างของหน้าเว็บมีความเสถียรเพียงพอสำหรับระบบอัตโนมัติ

หมวดนี้มีความสำคัญเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของ AI Browser, AI Assistant และระบบ Agent ที่สามารถค้นหาข้อมูล กรอกแบบฟอร์ม หรือดำเนินการบนเว็บไซต์แทนผู้ใช้งานได้

อย่างไรก็ตาม การได้คะแนน 3/3 ไม่ได้หมายความว่า AI ทุกระบบจะเข้าใจเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้สมบูรณ์ เนื่องจากระบบ AI แต่ละรายอาจมีวิธีอ่านและประมวลผลหน้าเว็บแตกต่างกัน

ควรปรับปรุงคะแนนใดก่อน

จากผลคะแนนตัวอย่าง ควรให้ความสำคัญกับ Performance และ SEO ก่อน เพราะเป็นสองหมวดที่ได้คะแนนสีส้มและอาจส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ผู้ใช้ รวมถึงความสามารถในการเข้าถึงเว็บไซต์ผ่านผลการค้นหา

  1. เริ่มจาก Performance: ลดขนาดรูปภาพ ตรวจสอบภาพปก ลด Widget และสคริปต์ที่ไม่จำเป็น
  2. ปรับ Technical SEO: เพิ่ม Search Description, Alt Text และตรวจสอบลิงก์ที่ไม่มีชื่อชัดเจน
  3. แก้ Accessibility เล็กน้อย: เปิดดูว่ารายการใดทำให้คะแนนลดจาก 100 เหลือ 98
  4. รักษา Best Practices: ทดสอบใหม่หลังติดตั้งโฆษณาหรือแก้ไข Template
  5. ตรวจ Mobile เพิ่มเติม: อย่าอ้างอิงเฉพาะผล Desktop เพราะผู้ใช้งานมือถืออาจพบประสบการณ์ที่แตกต่างกัน

ข้อควรทราบเกี่ยวกับความผันผวนของคะแนน

คะแนน PageSpeed Insights สามารถเปลี่ยนแปลงได้แม้จะทดสอบ URL เดิมโดยไม่ได้แก้ไขเว็บไซต์ เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ภาระของเซิร์ฟเวอร์ ความเร็วของบริการภายนอก การโหลดโฆษณา และสภาพแวดล้อมของการทดสอบ

จึงควรทดสอบอย่างน้อยสองถึงสามครั้ง แล้วพิจารณาค่าที่ใกล้เคียงกัน ไม่ควรตัดสินคุณภาพของเว็บไซต์จากการทดสอบเพียงครั้งเดียว

หลังจากปรับปรุงเว็บไซต์ ควรบันทึกคะแนนเดิมและคะแนนใหม่เพื่อเปรียบเทียบ รวมถึงตรวจสอบว่าการเพิ่มความเร็วไม่ได้ทำให้ฟังก์ชันสำคัญ เช่น เมนู โฆษณา ระบบค้นหา หรือการวัดผลผู้เข้าชมเกิดความเสียหาย

บทสรุป

PageSpeed Insights เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับตรวจสอบคุณภาพเว็บไซต์ในหลายด้าน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความเร็ว คะแนน Performance 77 แสดงว่ายังควรลดขนาดไฟล์และทรัพยากรที่ทำให้เว็บไซต์โหลดช้า Accessibility 98 หมายถึงเว็บไซต์รองรับผู้ใช้งานได้ดีมาก Best Practices 100 หมายถึงผ่านแนวทางการพัฒนาเว็บที่ระบบตรวจสอบ SEO 85 แสดงว่ายังมี Technical SEO บางรายการที่ควรแก้ไข ส่วน Agentic Browsing 3/3 หมายถึงเว็บไซต์ผ่านการตรวจสอบสำหรับระบบอัตโนมัติครบทุกข้อ

การปรับปรุงควรเริ่มจาก Performance และ SEO พร้อมตรวจสอบผลทั้ง Mobile และ Desktop ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับคะแนน 100 ทุกหมวด แต่ควรเน้นให้เว็บไซต์โหลดเร็ว อ่านง่าย ใช้งานสะดวก และตอบโจทย์ผู้เข้าชมจริง

FAQ คำถามที่พบบ่อย  
คะแนน PageSpeed Insights ต้องได้ 100 ทุกหมวดหรือไม่
ไม่จำเป็น เว็บไซต์ที่ได้คะแนนไม่ถึง 100 ยังสามารถใช้งานได้ดีและติดอันดับบน Google ได้ ควรเน้นแก้ปัญหาที่ส่งผลต่อผู้ใช้จริง เช่น เว็บไซต์โหลดช้า เนื้อหาขยับระหว่างโหลด ปุ่มกดยาก หรือหน้าเว็บไม่รองรับโทรศัพท์มือถือ มากกว่าการพยายามเพิ่มคะแนนเพียงอย่างเดียว
ทำไมคะแนน Mobile จึงต่ำกว่า Desktop
การทดสอบ Mobile จำลองอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่าและเครือข่ายที่ช้ากว่า จึงเห็นผลกระทบจากรูปภาพขนาดใหญ่ JavaScript โฆษณา และ Widget ได้ชัดเจนกว่า Desktop เว็บไซต์ส่วนใหญ่จึงมีคะแนน Mobile ต่ำกว่าคะแนน Desktop
คะแนน SEO 100 ทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรก Google หรือไม่
ไม่รับประกัน เพราะคะแนน SEO ของ PageSpeed Insights ตรวจสอบเฉพาะพื้นฐานทางเทคนิคบางรายการเท่านั้น อันดับบน Google ยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของบทความ ความตรงกับ Search Intent ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ ประสบการณ์ผู้ใช้ และการแข่งขันของ Keyword

ความคิดเห็น

Labels