ตั้งค่าการแจ้งเตือนบนคอม ไม่ให้รบกวนเวลาทำงาน

Alert

ระหว่างทำงานบนคอมพิวเตอร์ เคยไหมที่สมาธิกำลังมาเต็ม แต่ต้องสะดุดเพราะเสียงแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นแจ้งเตือนอีเมล แชต ระบบอัปเดต หรือโปรแกรมต่าง ๆ 
สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยตรง ทำให้เสียสมาธิ งานช้าลง และเกิดความเครียดโดยไม่รู้ตัว การตั้งค่าการแจ้งเตือนให้ “ไม่รบกวนเวลาทำงาน” จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะในยุคที่คนทำงานต้องโฟกัสหลายอย่างพร้อมกัน 

บทความนี้จะพาไปดูวิธีตั้งค่าการแจ้งเตือนบนคอมพิวเตอร์แบบเข้าใจง่าย ใช้ได้จริง ทั้งบน Windows และ macOS พร้อมเทคนิคเลือกปิดเฉพาะสิ่งที่รบกวน โดยไม่พลาดการแจ้งเตือนสำคัญ เพื่อให้คุณทำงานได้ต่อเนื่อง มีสมาธิ และจัดการเวลาได้ดีขึ้นอย่างเห็นผล

ทำไมควรจัดการการแจ้งเตือนบนคอมพิวเตอร์

  • ช่วยลดการสะดุดระหว่างทำงาน ทำให้งานต่อเนื่อง
  • ลดความเครียดจากเสียง/ป็อปอัปที่เด้งบ่อย
  • เพิ่มคุณภาพงาน โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้สมาธิสูง
  • ช่วยจัดระเบียบการรับข้อมูล ให้เห็นเฉพาะสิ่งจำเป็น


วิธีตั้งค่าการแจ้งเตือนบน Windows (โหมดไม่รบกวน)

1) เปิดโหมด Focus Assist (โฟกัส)

  1. คลิก Start
  2. เข้า Settings
  3. เลือก System
  4. คลิก Focus Assist

โหมดนี้ช่วยลดการแจ้งเตือนเด้งขึ้นบนหน้าจอ และลดเสียงรบกวนระหว่างทำงาน

2) เลือกระดับการแจ้งเตือน

  • Off – รับการแจ้งเตือนทั้งหมด
  • Priority only – รับเฉพาะแจ้งเตือนสำคัญที่ตั้งไว้
  • Alarms only – ปิดทุกอย่าง ยกเว้นนาฬิกาปลุก

แนะนำสำหรับเวลาทำงานจริงจัง: Priority only

3) ตั้งค่า Priority List

  • เพิ่มเฉพาะแอปงาน เช่น โปรแกรมประชุม, แอปแชตงาน, อีเมลงาน
  • ตัดแอปที่ไม่จำเป็น เช่น เกม, โซเชียล, แอปข่าว

4) ตั้งเวลาเปิดโหมดอัตโนมัติ

  • ตั้งให้เปิดเองในช่วงเวลางาน เช่น 09:00–18:00
  • เปิดอัตโนมัติเมื่อ นำเสนอหน้าจอ หรือ ใช้งานเต็มหน้าจอ
  • ช่วยให้ไม่ต้องเปิด–ปิดเองทุกวัน


วิธีตั้งค่าการแจ้งเตือนบน macOS (Do Not Disturb / Focus)

1) เปิดโหมด Focus

  1. คลิก System Settings
  2. เลือก Focus
  3. เลือก Do Not Disturb หรือสร้างโหมดใหม่ชื่อ “Work”

2) เลือกแอปที่อนุญาตให้แจ้งเตือน

  • อนุญาตเฉพาะแอปงาน (เช่น Mail, Teams, Zoom)
  • ปิดแอปส่วนตัว (เช่น Social/Chat ส่วนตัว)

3) ตั้งเวลาอัตโนมัติ

  • ตั้งให้เปิดเฉพาะวันทำงาน
  • กำหนดช่วงเวลาได้ละเอียด
  • ช่วยให้โหมดทำงานเริ่มเองทุกวันแบบไม่ต้องจำ


ปิดแจ้งเตือนเฉพาะแอป (วิธีที่ได้ผลมาก)

ไม่จำเป็นต้องปิดทั้งหมด คุณเลือกปิดเฉพาะแอปที่รบกวนบ่อยได้ จะทำให้โฟกัสดีขึ้นโดยยังไม่พลาดเรื่องสำคัญ

ตัวอย่างแอปที่ควรปิด

  • แอปข่าว
  • โปรแกรมอัปเดตที่ไม่เร่งด่วน
  • เกมหรือแอปบันเทิง

ตัวอย่างแอปที่ควรเปิดไว้

  • อีเมลงาน
  • ระบบประชุมออนไลน์
  • การแจ้งเตือนด้านความปลอดภัย


เทคนิคเสริม ทำงานได้ลื่นขึ้น

  • ปิด เสียงแจ้งเตือน แต่ให้แสดงแบบเงียบ
  • ซ่อน Notification บนหน้าจอล็อก ลดการเห็นสิ่งรบกวน
  • ใช้โหมดเต็มหน้าจอเวลาทำงานสำคัญ
  • ตรวจแจ้งเตือนเป็น “รอบเวลา” เช่น ทุก 30–60 นาที แทนการดูตลอด

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ปิดการแจ้งเตือนทั้งหมด จะพลาดเรื่องสำคัญไหม
ไม่จำเป็นต้องปิดทั้งหมด แนะนำใช้โหมด Priority หรือเลือกอนุญาตเฉพาะแอปงาน เพื่อรับเฉพาะเรื่องสำคัญและตัดสิ่งรบกวนออก
ควรเปิดโหมดไม่รบกวนตลอดเวลาหรือไม่
ไม่ควร แนะนำเปิดเฉพาะช่วงทำงานหรือช่วงที่ต้องโฟกัสสูง เช่น ประชุม ทำรายงาน หรือทำงานเร่งด่วน เพื่อไม่พลาดการติดต่อสำคัญนอกเวลา
ตั้งค่าแล้วต้องเปิดใหม่ทุกวันไหม
ไม่จำเป็น คุณสามารถตั้งเวลาอัตโนมัติให้ระบบเปิด–ปิดเองได้ทั้งบน Windows และ macOS ช่วยให้ใช้งานสะดวกและต่อเนื่อง