แต่ความจริงแล้วโหมดนี้มีประโยชน์มากกว่านั้นอย่างมาก ทั้งในเรื่องการประหยัดแบตเตอรี่ แก้ปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตขัดข้อง ลดการรบกวนจากสายเรียกเข้า หรือช่วยให้เครื่องทำงานได้เสถียรมากขึ้นในบางสถานการณ์ ในเชิงเทคนิค โหมดนี้คือการตัดการเชื่อมต่อคลื่นวิทยุทั้งหมด เช่น สัญญาณมือถือ Wi-Fi และ Bluetooth เพื่อป้องกันการรบกวนระบบสื่อสารของอากาศยาน และช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมการเชื่อมต่อได้ทันทีในคลิกเดียว
บทความนี้จะอธิบายว่าโหมดเครื่องบินคืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง เหมาะกับสถานการณ์ใด และใช้อย่างไรให้คุ้มที่สุด
โหมดเครื่องบินใช้ทำอะไร ทำไมทุกมือถือถึงมีฟังก์ชันนี้?
โหมดเครื่องบิน (Airplane Mode) คืออะไร?
โหมดเครื่องบินคือฟังก์ชันที่ปิดการทำงานของสัญญาณไร้สายทั้งหมดในอุปกรณ์ชั่วคราว ได้แก่ เครือข่ายมือถือ (โทรเข้า–ออก, SMS, Data), Wi-Fi, Bluetooth และในบางรุ่นรวมถึง NFC ด้วย เมื่อเปิดใช้งาน อุปกรณ์จะไม่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายโทรศัพท์มือถือได้ แต่ยังใช้งานแอปแบบออฟไลน์ได้ตามปกติ เช่น กล้อง เครื่องคิดเลข บันทึกย่อ หรือเกมที่ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต
ทำไมต้องมีโหมดเครื่องบิน?
1) เพื่อความปลอดภัยในการบิน
แนวคิดหลักคือการลดความเสี่ยงจากคลื่นวิทยุของอุปกรณ์ส่วนบุคคลที่อาจรบกวนระบบสื่อสารและการนำร่องของอากาศยาน แม้ปัจจุบันระบบมีความทนทานมากขึ้น แต่สายการบินยังคงกำหนดให้เปิดโหมดเครื่องบินเป็นมาตรฐานความปลอดภัย
โหมดเครื่องบินใช้ทำอะไรได้บ้าง?
1) ใช้บนเครื่องบิน
เปิดโหมดเครื่องบินเพื่อปิดสัญญาณมือถือ โดยบางสายการบินอนุญาตให้เปิด Wi-Fi ได้หลังจากเปิดโหมดเครื่องบินแล้ว (ขึ้นกับกฎของสายการบินและช่วงเวลาในการบิน)
2) ประหยัดแบตเตอรี่ โดยเฉพาะในพื้นที่สัญญาณอ่อน
หากอยู่ในจุดสัญญาณมือถืออ่อน เครื่องจะพยายามค้นหา/สลับเครือข่ายตลอดเวลา ทำให้ใช้พลังงานมากขึ้น การเปิดโหมดเครื่องบินช่วยหยุดการค้นหาสัญญาณ จึงยืดแบตได้ชัดเจน
3) รีเซ็ตสัญญาณ แก้ปัญหาเน็ตค้างหรือสัญญาณแกว่ง
วิธีที่ทำได้เร็วและปลอดภัยคือ:
- เปิดโหมดเครื่องบิน
- รอประมาณ 10–15 วินาที
- ปิดโหมดเครื่องบิน แล้วรอเครื่องเชื่อมต่อเครือข่ายใหม่
หลายกรณีช่วยให้การเชื่อมต่อกลับมาเสถียร เพราะอุปกรณ์ทำการลงทะเบียนเครือข่ายใหม่ (re-attach) อีกครั้ง
4) โฟกัสงาน/ประชุม ลดสิ่งรบกวน
เมื่อเปิดโหมดเครื่องบิน สายเข้าและการแจ้งเตือนที่ต้องพึ่งเครือข่ายจะหยุดทันที เหมาะกับการประชุม อ่านหนังสือ พักผ่อน หรือช่วงที่ต้องการ “หายไปเงียบๆ” โดยไม่ต้องปิดเครื่อง
5) ลดความเสี่ยงสัญญาณรบกวนในบางพื้นที่
ในสถานที่ที่อ่อนไหวต่อสัญญาณ เช่น บางโซนของโรงพยาบาล ห้องทดสอบ หรือพื้นที่ที่มีข้อกำหนดให้ลดคลื่นวิทยุ โหมดเครื่องบินเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด
โหมดเครื่องบินต่างจากปิดเครื่องอย่างไร?
| เปรียบเทียบ | โหมดเครื่องบิน | ปิดเครื่อง |
|---|---|---|
| เครื่องยังใช้งานได้ | ได้ | ไม่ได้ |
| ใช้งานแอปออฟไลน์ | ได้ | ไม่ได้ |
| รับสาย/ข้อความ | ไม่ได้ | ไม่ได้ |
| ใช้กล้อง/ฟังเพลง | ได้ | ไม่ได้ |
โหมดเครื่องบินบน Android และ iPhone ต่างกันไหม?
หลักการเหมือนกันคือ “ปิดสัญญาณไร้สายหลัก” แต่หลายรุ่นอนุญาตให้เปิด Wi-Fi หรือ Bluetooth กลับมาได้หลังเปิดโหมดเครื่องบิน เช่น เปิดโหมดเครื่องบินก่อน แล้วค่อยเปิด Wi-Fi เพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ต (บนเครื่องบินหรือในพื้นที่ที่อนุญาต)
ข้อดีและข้อควรระวัง
ข้อดี
- ช่วยประหยัดแบต โดยเฉพาะตอนสัญญาณอ่อน
- ลดสิ่งรบกวนจากสายเข้า/การแจ้งเตือน
- เป็นวิธีรีเซ็ตสัญญาณที่รวดเร็ว
- เหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องลดคลื่นวิทยุ
ข้อควรระวัง/ข้อเสีย
- จะรับสายและ SMS ไม่ได้จนกว่าจะปิดโหมดเครื่องบิน
- อินเทอร์เน็ตมือถือ (Data) ใช้งานไม่ได้
- บางแอปต้องออนไลน์จึงทำงานไม่ได้
วิธีเปิดโหมดเครื่องบิน
บน Android
- ปัดหน้าจอลงจากด้านบนเพื่อเปิดแถบ Quick Settings
- แตะไอคอนรูปเครื่องบิน
บน iPhone
- เปิด Control Center
- แตะไอคอนรูปเครื่องบิน
ควรใช้โหมดเครื่องบินเมื่อไร?
- ก่อนเครื่องบินขึ้น/ลง หรือเมื่อสายการบินแจ้งให้เปิด
- เมื่อสัญญาณมือถืออ่อนมากและแบตลดเร็วผิดปกติ
- ต้องการแก้เน็ตค้าง/สัญญาณหลุดแบบเร่งด่วน
- ต้องการโฟกัสงาน ลดการถูกรบกวน
บทสรุปสั้น (SEO ไม่เกิน 150 ตัวอักษร)
โหมดเครื่องบินคือฟังก์ชันปิดสัญญาณมือถือ Wi-Fi และ Bluetooth ช่วยประหยัดแบต รีเซ็ตสัญญาณ และลดสิ่งรบกวน


Social Plugin