ฟีเจอร์ Search แบบ Enhanced บน Windows จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาให้รวดเร็ว ครอบคลุม และแม่นยำยิ่งกว่าเดิม แตกต่างจากโหมด Classic ที่จำกัดเฉพาะบางโฟลเดอร์ Enhanced Search จะทำการสร้างดัชนี (Index) ครอบคลุมทั้งเครื่อง
ช่วยให้ค้นหาไฟล์ได้จากทุกตำแหน่ง เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มีไฟล์จำนวนมากและต้องการลดเวลาค้นหา บทความนี้สรุปประโยชน์ วิธีเปิดใช้งาน การตั้งค่า และข้อควรระวังเพื่อใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
Search แบบ Enhanced บน Windows คืออะไร
Search แบบ Enhanced คือโหมดการค้นหาที่ Windows ใช้ระบบ Indexing ขั้นสูง เพื่อสแกนและบันทึกข้อมูลไฟล์จำนวนมากในเครื่อง ทำให้การค้นหา “ชื่อไฟล์/โฟลเดอร์” และ (บางกรณี) “เนื้อหาในไฟล์” ทำได้เร็วขึ้น โดยค้นหาได้กว้างกว่าโหมด Classic ซึ่งเหมาะกับเครื่องที่มีไฟล์เยอะ โครงสร้างโฟลเดอร์ซับซ้อน หรือผู้ใช้ที่ไม่แน่ใจว่าไฟล์เก็บไว้ที่ไหน
ประโยชน์ของ Search แบบ Enhanced
- ค้นหาเร็วขึ้น: ลดเวลาค้นหาไฟล์จากหลายขั้นตอน เหลือเพียงพิมพ์คำค้นแล้วเลือกผลลัพธ์
- ครอบคลุมทั้งเครื่อง: ค้นหาได้จากหลายไดรฟ์/หลายโฟลเดอร์ (ยกเว้นที่ตั้งค่า Exclude)
- เหมาะกับงานเอกสารจำนวนมาก: เช่น งานบัญชี งานเอกสารโครงการ งานไอที งานออฟฟิศ
- ค้นหาได้หลายเงื่อนไข: ค้นจากชื่อไฟล์ ชนิดไฟล์ หรือคำสำคัญในชื่อเอกสารได้สะดวก
- เพิ่ม Productivity ในองค์กร: ลดเวลาหาไฟล์ ลดความผิดพลาดจากการเปิดไฟล์ผิดเวอร์ชัน
Classic Search vs Enhanced Search ต่างกันอย่างไร
| หัวข้อ | Classic Search | Enhanced Search |
|---|---|---|
| ขอบเขตการค้นหา | โฟลเดอร์หลักบางส่วน | กว้างกว่า ครอบคลุมทั้งเครื่อง (ตามที่ตั้งค่า) |
| ความเร็วค้นหา | ปานกลาง | เร็วกว่า โดยเฉพาะเมื่อมีไฟล์จำนวนมาก |
| ความเหมาะสม | ผู้ใช้ไฟล์ไม่มาก | ผู้ใช้ไฟล์เยอะ/ทำงานหลายโฟลเดอร์ |
| ทรัพยากรเครื่อง | ใช้ทรัพยากรน้อยกว่า | ใช้ทรัพยากรมากขึ้นในช่วงทำดัชนี |
วิธีเปิดใช้งาน Search แบบ Enhanced (Windows 10/11)
- คลิก Settings
- ไปที่ Privacy & security (Windows 11) หรือ Search / Privacy (Windows 10 ตามเมนูที่มี)
- เลือก Searching Windows
- ในหัวข้อ Find my files เลือก Enhanced
- รอระบบสร้างดัชนี (Indexing) รอบแรก ซึ่งใช้เวลาตามจำนวนไฟล์และความเร็วเครื่อง
ทิป: หากเพิ่งเปิดใช้ใหม่ ๆ ให้เสียบชาร์จ/ใช้ไฟบ้านระหว่างทำดัชนี เพื่อให้ระบบทำงานได้ต่อเนื่องและเร็วขึ้น
ตั้งค่าเพิ่มเติมให้ค้นหาไวขึ้นและไม่หน่วงเครื่อง
1) Exclude โฟลเดอร์ที่ไม่จำเป็น
- ไปที่หน้า Searching Windows แล้วหาเมนู Excluded folders
- เพิ่มโฟลเดอร์ที่ไม่ต้องการให้ค้นหา เช่น Backup, โฟลเดอร์ไฟล์ชั่วคราว, หรือโฟลเดอร์ที่มีไฟล์จำนวนมากแต่ไม่ต้องค้นบ่อย
2) ตรวจสอบสถานะ Indexing
- ดูว่าระบบกำลัง Indexing อยู่หรือไม่ และจำนวนไฟล์ที่ถูกทำดัชนี
- หากเครื่องช้าในช่วงทำดัชนี ให้ปล่อยให้ระบบทำงานตอนพักเครื่อง หรือช่วงที่ไม่ใช้งานหนัก
3) พิจารณาประสิทธิภาพเครื่อง
- เครื่องที่ใช้ SSD จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนกว่า HDD
- เครื่องสเปกต่ำควร Exclude โฟลเดอร์ใหญ่ ๆ เพื่อลดภาระ CPU/Disk
ข้อควรระวัง
- Enhanced Search อาจใช้ทรัพยากรมากขึ้นในช่วงแรกที่ทำดัชนี
- หากมีไฟล์จำนวนมากและเปลี่ยนแปลงบ่อย ระบบอาจทำงานเบื้องหลังมากขึ้น
- แนะนำให้ตั้งค่า Exclude สำหรับโฟลเดอร์ที่ไม่จำเป็นต่อการค้นหา เพื่อให้สมดุล “เร็ว” และ “ลื่น”
FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q1: Search แบบ Enhanced ทำให้เครื่องช้าหรือไม่?
ช่วงแรกที่ระบบกำลังสร้างดัชนี (Indexing) อาจใช้ CPU/Disk เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปจะกลับมาปกติเมื่อทำดัชนีเสร็จ แนะนำให้ตั้งค่า Exclude โฟลเดอร์ที่ไม่จำเป็นเพื่อช่วยลดภาระเครื่อง
Q2: ใช้ Enhanced Search กับ Windows เวอร์ชันใดได้บ้าง?
โดยทั่วไปใช้งานได้กับ Windows 10 และ Windows 11 (เมนูอาจต่างกันเล็กน้อยตามรุ่น/อัปเดต)
Q3: หากไม่ต้องการใช้ Enhanced Search สามารถปิดได้หรือไม่?
ได้ สามารถกลับไปใช้ Classic ได้จากหน้า Searching Windows ใน Settings โดยเลือกโหมด Classic ระบบจะลดขอบเขตการทำดัชนีและการค้นหาจะจำกัดมากขึ้นตามค่าเริ่มต้น


Social Plugin