ทั้งที่ไม่ได้ทำเครื่องตกหรือใช้งานผิดปกติ ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยอย่างเลนส์กล้องสกปรก การถือเครื่องไม่นิ่ง ไปจนถึงปัญหาซอฟต์แวร์ การตั้งค่ากล้อง หรือแม้แต่ฮาร์ดแวร์ภายในที่เริ่มเสื่อมสภาพ หากไม่เข้าใจสาเหตุที่แท้จริง อาจทำให้แก้ปัญหาไม่ตรงจุดและเสียโอกาสในการถ่ายภาพสำคัญ
บทความนี้จะอธิบายสาเหตุทั้งหมดอย่างละเอียด พร้อมแนวทางตรวจสอบและแก้ไขทีละขั้น เพื่อช่วยให้ iPhone ของคุณกลับมาถ่ายภาพได้คมชัดเหมือนเดิม
สาเหตุที่ทำให้ iPhone ถ่ายรูปเบลอ ไม่ชัด
1) เลนส์กล้องสกปรกหรือมีคราบมัน
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือเลนส์กล้องมีฝุ่น คราบมันจากนิ้วมือ หรือไอน้ำเกาะอยู่ แม้เพียงเล็กน้อยก็ส่งผลต่อความคมชัดของภาพทันที
- ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดเลนส์เบา ๆ
- หลีกเลี่ยงการใช้กระดาษทิชชู่หรือผ้าแข็ง
- ตรวจสอบเลนส์ก่อนถ่ายทุกครั้ง โดยเฉพาะหลังหยิบเครื่องจากกระเป๋า
2) มือสั่นหรือถือเครื่องไม่นิ่ง
แม้ iPhone จะมีระบบกันสั่น แต่หากถ่ายในที่แสงน้อย กล้องจะใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ ทำให้ภาพเบลอจากการขยับมือได้ง่าย
- ถือเครื่องด้วยสองมือ และเก็บศอกให้มั่นคง
- พิงกับวัตถุที่มั่นคง เช่น โต๊ะ กำแพง หรือราวจับ
- ใช้ขาตั้ง (Tripod) หรือกดถ่ายด้วยตั้งเวลา 3 วินาทีเพื่อลดการสั่น
3) แสงไม่เพียงพอ
แสงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการถ่ายภาพ เมื่อแสงน้อย กล้องจะเพิ่ม ISO และลดความเร็วชัตเตอร์ ส่งผลให้ภาพไม่คมและมี Noise
- เพิ่มแสงในฉาก เช่น เปิดไฟ หรือถ่ายใกล้หน้าต่าง
- ใช้ Night Mode อย่างเหมาะสม และถือเครื่องให้นิ่งจนถ่ายเสร็จ
- หลีกเลี่ยงการซูมในที่แสงน้อย
4) ใช้การซูมดิจิทัลมากเกินไป
iPhone หลายรุ่นใช้ Digital Zoom ซึ่งเป็นการขยายภาพด้วยซอฟต์แวร์ ทำให้ภาพแตกและความคมชัดลดลงชัดเจน
- ขยับเข้าไปถ่ายใกล้วัตถุแทนการซูม
- เลือกเลนส์ที่เหมาะสม (เช่น 1x / 2x / 3x ตามรุ่นที่รองรับ)
- หลีกเลี่ยงการซูมเกิน 2–3 เท่า หากไม่จำเป็น
5) โฟกัสผิดตำแหน่ง
บางครั้งกล้องอาจโฟกัสฉากหลังแทนวัตถุหลัก ทำให้ภาพดูไม่ชัด แม้แสงจะเพียงพอ
- แตะที่หน้าจอบนวัตถุที่ต้องการโฟกัส
- กดค้างเพื่อ Lock AE/AF เมื่อถ่ายวัตถุคงที่
- หลีกเลี่ยงการถ่ายวัตถุใกล้เลนส์เกินไป จนโฟกัสไม่ทัน
6) เลนส์หรือโมดูลกล้องมีปัญหา
หาก iPhone เคยตก กระแทก หรือโดนน้ำ อาจทำให้ระบบโฟกัสอัตโนมัติ (Auto Focus) ทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ภาพเบลอ
- สัญญาณเตือน: กล้องหาโฟกัสไม่เจอ ภาพเบลอทุกระยะ หรือได้ยินเสียงสั่นผิดปกติ
- ทดสอบถ่ายด้วยแอปอื่น และรีสตาร์ทเครื่อง
- หากยังไม่หาย แนะนำเข้าศูนย์บริการเพื่อประเมินอาการ
7) ใช้ฟิล์มเลนส์หรือเคสที่บังกล้อง
ฟิล์มเลนส์คุณภาพต่ำหรือเคสที่ออกแบบไม่พอดี อาจทำให้ภาพฟุ้ง เบลอ หรือเกิดแสงสะท้อน
- ถอดฟิล์มเลนส์แล้วลองถ่ายใหม่เพื่อเปรียบเทียบ
- เปลี่ยนเคสที่เว้นช่องเลนส์พอดีรุ่น
- เลือกอุปกรณ์เสริมคุณภาพดีที่ออกแบบมาสำหรับรุ่นนั้นโดยเฉพาะ
8) ซอฟต์แวร์หรือ iOS มีบั๊ก
หลังอัปเดต iOS บางครั้งอาจพบปัญหาเกี่ยวกับกล้องหรือการประมวลผลภาพ ทำให้ภาพไม่คมชัดตามปกติ
- ปิดแอปกล้องแล้วเปิดใหม่
- รีสตาร์ทเครื่อง
- อัปเดต iOS เป็นเวอร์ชันล่าสุดที่เสถียร
- ลอง “รีเซ็ตการตั้งค่า” (ไม่ลบข้อมูล) หากปัญหายังอยู่
9) พื้นที่จัดเก็บใกล้เต็ม
เมื่อพื้นที่เครื่องเหลือน้อย อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผลภาพ ทำให้ใช้งานกล้องสะดุดหรือคุณภาพลดลง
- ลบรูป/วิดีโอที่ไม่จำเป็น และล้าง “Recently Deleted”
- สำรองข้อมูลไป iCloud หรือคอมพิวเตอร์
- แนะนำให้เหลือพื้นที่ว่างอย่างน้อย 5–10 GB
10) โหมดหรือฟิลเตอร์ไม่เหมาะสม
บางโหมด เช่น Portrait หรือฟิลเตอร์บางแบบ อาจทำให้ภาพดูนุ่ม หรือเกิดการละลายฉากหลังจนเข้าใจว่า “เบลอ”
- ตรวจสอบโหมดก่อนถ่าย (Photo / Portrait / Night)
- ปิดฟิลเตอร์ที่ไม่จำเป็น แล้วลองถ่ายใหม่
- เปรียบเทียบผลลัพธ์กับโหมด Photo ปกติ
FAQ
Q1: iPhone ถ่ายรูปเบลอเฉพาะตอนกลางคืน ปกติหรือไม่
A: ปกติในระดับหนึ่ง เพราะแสงน้อยทำให้กล้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ แนะนำใช้ Night Mode และถือเครื่องให้นิ่งจนถ่ายเสร็จ
Q2: เช็ดเลนส์แล้วแต่ภาพยังไม่ชัด ควรทำอย่างไร
A: ตรวจสอบฟิล์มเลนส์และเคสว่าบังกล้องหรือทำให้เกิดแสงสะท้อนหรือไม่ จากนั้นลองรีสตาร์ทเครื่องและทดสอบถ่ายด้วยแอปอื่น หากยังเบลอ อาจเป็นปัญหาฮาร์ดแวร์ ควรเข้าศูนย์บริการ
Q3: กล้อง iPhone เบลอทุกระยะ ต้องซ่อมหรือไม่
A: หากเบลอทุกระยะและโฟกัสไม่ทำงาน มีโอกาสที่โมดูลกล้องหรือระบบกันสั่นมีปัญหา แนะนำเข้าศูนย์เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด


Social Plugin