เปรียบเทียบ ChatGPT vs Gemini vs Copilot เข้าใจง่าย

All Major Ai

อัปเดตแนวทางเลือกใช้ AI ให้เหมาะกับงาน: เนื้อหา การค้นหา และงานเอกสารองค์กร (Microsoft 365 / Google Workspace)

บทนำ 

ในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา เครื่องมือ AI สำหรับการทำงานและการค้นหาข้อมูลได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ ChatGPT, Gemini และ Copilot ซึ่งถูกนำมาใช้ทั้งในชีวิตประจำวันและในองค์กรธุรกิจ 


เครื่องมือเหล่านี้ช่วยลดเวลาการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูล และสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานจำนวนมากยังสับสนว่าแต่ละแพลตฟอร์มแตกต่างกันอย่างไร เหมาะกับงานประเภทใด และควรเลือกใช้ตัวไหนให้ตอบโจทย์มากที่สุด


บทความนี้จะเปรียบเทียบ ChatGPT, Gemini และ Copilot แบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่แนวคิดการพัฒนา จุดเด่น จุดจำกัด ไปจนถึงตัวอย่างการใช้งานจริง ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร เพื่อช่วยให้คุณเลือก AI ที่เหมาะสมกับรูปแบบการทำงานของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด


ภาพรวมของ AI ทั้ง 3 แพลตฟอร์ม

  • ChatGPT
    เน้นการสนทนา วิเคราะห์ และสร้างเนื้อหา สร้างแอป ได้หลากหลาย เหมาะกับงานเขียน สรุปข้อมูล และช่วยคิดไอเดีย รวมทั้งงานการตลาดออนไลน์
  • Gemini
    เด่นด้านการเชื่อมกับบริการของ Google โดยเฉพาะการค้นหาและสรุปข้อมูลจาก Workspace
  • Copilot
    ออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับ Microsoft 365 และ Windows ช่วยงานเอกสารและงานองค์กรได้ดี ทำงานได้รวดเร็วขึ้น แต่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง


เปรียบเทียบแบบเข้าใจง่าย

1) แนวคิดและจุดเด่นหลัก

ChatGPT

  • เด่นด้านการสนทนาเชิงลึก อธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย
  • เหมาะกับการเขียนบทความ โค้ด สรุปข้อมูล และระดมไอเดีย

Gemini

  • เด่นด้านการค้นหาและสรุปข้อมูล โดยเชื่อมกับระบบของ Google
  • เหมาะกับผู้ใช้ Gmail, Docs, Sheets และบริการ Google เป็นหลัก

Copilot

  • เด่นด้านงานเอกสารและงานองค์กร (Word/Excel/PowerPoint/Outlook/Teams)
  • เหมาะกับการสรุปประชุม ทำสไลด์ วิเคราะห์ตาราง และช่วยงาน Office แบบ end-to-end


2) ตารางเปรียบเทียบความสามารถ

ด้านการใช้งาน ChatGPT Gemini Copilot
เขียนบทความ / คอนเทนต์ ★★★★★ ★★★★☆ ★★★☆☆
วิเคราะห์ข้อมูล ★★★★☆ ★★★★☆ ★★★★★
งานเอกสารองค์กร ★★★☆☆ ★★★☆☆ ★★★★★
ค้นหาข้อมูลออนไลน์ ★★★☆☆ ★★★★★ ★★★☆☆
การเขียนโค้ด ★★★★★ ★★★★☆ ★★★☆☆


3) เหมาะกับงานแบบไหน (ใช้งานจริง)

  • ChatGPT: เหมาะกับทีม IT/Developer/Marketing/Content — เขียนเอกสารเทคนิค สรุปงาน ช่วยคิดโครงบทความ แก้โค้ด
  • Gemini: เหมาะกับทีมที่ใช้ Google Workspace — สรุปอีเมล/เอกสาร ช่วยค้นและรวบรวมข้อมูลจากหลายไฟล์
  • Copilot: เหมาะกับองค์กร Microsoft 365 — ช่วยทำรายงาน Excel สร้างสไลด์ PowerPoint สรุปประชุม Teams


4) ความปลอดภัยและการจัดการข้อมูล (มุมองค์กร)

  • Copilot: เหมาะกับองค์กรที่เน้น Governance/Compliance เพราะผสานกับสิทธิ์และนโยบายของ Microsoft 365
  • Gemini: เหมาะกับองค์กรที่ใช้โครงสร้างความปลอดภัยของ Google Workspace/Cloud
  • ChatGPT: เหมาะกับงานทั่วไป/งานสร้างสรรค์ แนะนำตรวจนโยบายข้อมูลและแนวทางใช้งานในองค์กรให้ชัดเจน


5) สรุปแนวทางเลือกใช้

  • เลือก ChatGPT ถ้าต้องการ AI อเนกประสงค์ ใช้ได้หลายงาน
  • เลือก Gemini ถ้าทำงานบน Google Workspace เป็นหลัก
  • เลือก Copilot ถ้าเน้นงานเอกสาร/ประชุม/วิเคราะห์ข้อมูลบน Microsoft 365


FAQ

Q1: ChatGPT, Gemini และ Copilot ใช้แทนกันได้หรือไม่?

ได้บางส่วน แต่แต่ละตัวมีจุดเด่นต่างกัน เช่น ChatGPT เด่นด้านคอนเทนต์และการอธิบาย, Gemini เด่นด้านการเชื่อมกับบริการ Google, และ Copilot เด่นงานเอกสารองค์กรบน Microsoft 365 จึงควรเลือกให้เหมาะกับงานและระบบที่ใช้อยู่

Q2: องค์กรควรเริ่มจากตัวไหนก่อน?

หากใช้งาน Microsoft 365 เป็นหลัก แนะนำเริ่มจาก Copilot เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เร็วใน Word/Excel/PowerPoint/Teams หากใช้งาน Google Workspace เป็นหลัก แนะนำ Gemini ส่วนการทำงานทั่วไปหรือทีมคอนเทนต์/Dev ใช้ ChatGPT ได้คุ้มค่า

Q3: AI ตัวไหนเหมาะกับผู้เริ่มต้นมากที่สุด?

โดยรวม ChatGPT เหมาะกับผู้เริ่มต้น เพราะใช้งานง่ายและครอบคลุมหลายงาน แต่ถ้าคุณทำงานอยู่ใน Microsoft 365 หรือ Google Workspace อยู่แล้ว การเริ่มจาก Copilot หรือ Gemini ก็จะทำให้เห็นประโยชน์แบบ “ทำงานต่อในไฟล์เดิม” ได้เร็วขึ้น