ทูเดย์ ทิป และ อัพเดทข่าวสาร | กดปุ่ม F5 เพื่ออ่านทิปอื่นๆ
ฟรีโปรแกรม กำจัดไวรัส ที่อยากแนะนำมี 2 โปรแกรมที่ฮิตสุดๆ คือ AVG Free Antivirus กับ avast! Free Antivirus.. ใครมีปัญหาไวรัส ต้องพิสูจน์ เป็นฟรีโปรแกรมที่นิยมมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้..
ทำความรู้จักเทคโนโลยี RAID
มารู้จักคำว่า RAID กันก่อน
RAID เป็นคำย่อมาจากคำว่า Redundant Array of Inexpensive Disks เป็นเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับการสำรองหรือป้องกันข้อมูลอันสืบเนื่องมาจากปัญหาของฮาร์ดดิสก์ เรามักทำ RAID กับคอมพิวเตอร์ในระดับ SERVER เนื่องจากข้อมูลหรือโปรแกรม มีจำนวนผู้ใช้งานมากในคราวเดียวกัน ทำให้อาจเกิดปัญหาได้ง่าย และที่สำคัญ
หลักในการทำ RAID กับฮาร์ดดิสก์ นั่นคือ การใช้ฮาร์ดดิสก์ตั้งแต่ 2 ลูกขึ้นไป มาต่อพ่วงกัน แต่ความสามารถในการจัดเก็บจะไม่ได้เป็น 2 เท่า อาจใช้งานได้เพียง 1 ลูกเท่านั้น อีกลูกหนึ่งใช้สำหรับสำรองข้อมูล? แต่อย่างไรก็ตาม การทำ RAID ก็มีหลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นกับงบประมาณ และความเสี่ยงของข้อมูลเป็นหลัก
ทำไม่ต้องทำ RAID
- ลดปัญหากรณี ฮาร์ดดิสก์ลูกหนึ่งลูกใดเสียหาย
- กรณีมีปัญหาฮาร์ดดิสก์เสีย 1 ลูก สามารถดึงฮาร์ดดิสก์ที่เสียออก และใส่ฮาร์ดดิสก์ใหม่ได้ทันที
- RAID บางชนิด ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการสำรองข้อมูลได้ด้วย
ประเภทของ RAID
การทำ RAID มีหลายประเภท แต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกัน แต่สำหรับ RAID ที่เป็นที่นิยมใช้งาน ได้แก่
- RAID 0 หมายถึง การนำฮาร์ดดิสก์มากกว่าหนึ่งตัวมาเชื่อมต่อกัน เพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มความเร็วในการทำงาน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรองข้อมูล ถ้าฮาร์ดดิสก์เสียก็จะไม่สามารถทำงานได้ทันที
- RAID 1 คือการทำ Disk Mirror ของฮาร์ดดิสก์ เป็นการเชื่อมต่อฮาร์ดดิกส์ 2 ลูก ถ้าลูกหนึ่งลูกใดเสีย อีกลูกก็จะทำงานได้ปกติ เรียกว่าเป็นการสำรองข้อมูลแบบ 1 ต่อ 1 ปลอดภัยที่สุด แต่ปัญหาคือ ค่าใช้จ่ายสูงกว่า
- RAID 5 เป็นเทคโนโลยีในการสำรอง ป้องกันข้อมูลที่เกิดความเสียหายจากฮาร์ดดิสก์ ที่นิยมมากที่สุดอีกอย่างหนึ่ง การเชื่อมต่อ จะต้องเชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์อย่างน้อย 3 ลูกขึ้นไป เวลาลูกหนึ่งลูกใดเสีย จะสามารถถอดและเปลี่ยนลูกใหม่ได้ทันที เหมาะสำหรับการใช้งานใน SERVER มากที่สุด
นอกจากนี้ยังมี RAID 2, RAID 3, RAID 4, RAID 6, RAID 7, RAID 10, RAID 53
Last Updated (Friday, 17 December 2010 16:29)











